------|    1 ตุลาคม 2554: ขอเชิญชาวสวนกุหลาบฯ ร่วมงานมุทิตาจิต - 2011-09-30 15:26:09 - โดย admin1    ||    ทรงวุฒิ OSK110 แนะซื้อกองทุนGOLD99ETFช้อนซื้อทองคำจริง-99.99% - 2011-09-29 07:41:18 - โดย admin1    ||    สวนฯอาลัย: "สุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช OSK92" อบจ.ภูมิใจไทย ลพบุรี - 2011-06-16 23:58:25 - โดย admin1    ||    แก้วสรร OSK83 ถึง ยิ่งลักษณ์'ผู้หญิงไม่มีเอกสิทธิ์ ทำลายกฎหมาย' - 2011-06-09 04:26:56 - โดย admin1    ||    หาทุนบูรณะตึกยาว 100 ปี คืน 31/5/54 ช่อง 5 สี่ทุ่มครึ่ง - 2011-05-30 13:25:46 - โดย admin1    ||    ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร OSK89 นั่งซีอีโอ ปตท.คนใหม่ - 2011-05-29 04:39:24 - โดย admin1    |------
  ชื่อ: รหัสผ่าน: รหัสยืนยัน: รหัสยืนยัน กรอกรหัสยืนยัน: [Register]
put text here

OSKNETWORK: Forums

OSKNETWORK.COM :: ดูกระทู้ - ตึกเก่าวันก่อน:ตึกยาวเพาะช่าง????
 
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   รายนามสมาชิกรายนามสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน 
 ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 
ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้  OSKNETWORK.COM หน้ากระดานข่าวหลัก » สนามไพศาล
ผู้ส่ง ข้อความ
RM
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: Wed Nov 23, 2005 4:00 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ก็สรุปกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับว่า รูปเก่าที่มีจักรยานวิ่งอยู่หน้าตึก เป็นตึกของเพาะช่างที่โดนระเบิด หาใช่ตึกยาวของพวกเราไม่...

มาดูอีกภาพครับ อาณาจักรสวนกุหลาบ จากหนังสืองานศพของพี่ปุ๊ วราทร พินทุสมิต อดีตประธานเชียร์สวนฯ สามีผู้ล่วงลับของอาจารย์วารุณี พินทุสมิต

songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9937
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Fri Dec 30, 2005 11:25 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

น้อง will_OSK121 บันทึก:
สนามฟุตบอลของสวนกุหลาบนั้นเป็นสนามฟุตบอลที่มีประวัติยาวนานและเป็นต้นกำเนิดของการกีฬาในปัจจุบันหลายๆอย่าง



1. สนามฟุตบอลของสวนกุหลาบขึ้นชื่อว่าเป็นสนามกีฬาแห่งชาติ แห่งแรกของประเทศไทย
2. สนามฟุตบอลของสวนกุหลาบเคยถูกใช้เป็นการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นตอนครั้งที่ 1-3 หรือ 4 ประมาณนี้
3. สนามฟุตบอลของสวนกุหลาบเคยใช้ทำเป็นเวทีมวยไทยกลางแจ้ง ซึ่งนั่นถือได้ว่าเป็นสนามมวยแห่งแรกของประเทศไทย
4.เพลงกราวกีฬา ที่ปัจจุบันมักจะได้ยินเวลามีการแข่งขันกีฬาตามที่ต่างๆนั้น เดิมทีเป็นเพลงที่ใช้สำหรับเชียรืกีฬาสีภายในของสวนกุหลาบ

จะเห็นได้ว่า สนามฟุตบอลของสวนกุหลาบนั้นได้สรางประโยชน์ให้กับประเทศไว้มากมายทีเดียว...
will@OSK


ฟัง MIDI เพลงเพลงกราวกีฬา (31 kb) ได้ที่นี่ครับ


Note เพลงกราวกีฬา

((- - - ร
- - - ซ
- - - ล
- - - ท
- - - -
- - - ท
- ท ท ท
- ท - ท ))

*- ร - ท
-ร ท ท
- - ท ล
- ร - -
- ร - ท
- ท - ท
- - ร ร
- ร - -

- ท ท ร
- ร - ล
- ล - ท
- ท - -
- ท - ร
- ซ ล ร
- ล - ท
- - - ล

- - - -
- - - ล
- - - ล
- ซ - ล
- - ล ล
- - ล ล
- - ซ ซ
- - ม ม

- - - ท
- - ล ท
- - - ท
- - ล ท
- - ล ล
- - ล ล
- - ซ ซ
- - ม ม

- ม - ท
- ท - ล
- ท - ท
ซ ล - ล
- - - -
- - - ร
- - ร ล
- ซ – ล

- - - -
- - - ม
- - ซ ล
- ท - ล
- ท ท ท
- - - -
ท ร ท ท
ท ร ท ท

ซ้ำอีกครับ

..................................................

| เพลงกราวกีฬา |

เพลงกราวกีฬา ประพันธ์โดย OSK เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี

พวกเรานักกีฬา ใจกล้าหาญ... เชี่ยวชาญชิงชัยไม่ย่นย่อ
คราวชนะรุกใหญ่ไม่รีรอ คราวแพ้ก็ไม่ท้อกัดฟันทน
ฮึม ฮึม ฮึม ฮึ่ม ฮึม
กีฬา กีฬาเป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลส ทำคนให้เป็นคน
ผลของการฝึกตน เล่นกีฬาสากล ตะล้าลา....
ร่างกายกำยำล้ำเลิศ กล้ามเนื้อก่อเกิดทุกแห่งหน
แข็งแรงทรหดอดทน ว่องไวไม่ย่นระย่อใคร
ใจคอมั่นคงทรงศักดิ์ รู้จักทีหนีทีไล่
รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย
ไว้ใจได้ทั่ว ทั้งรักชัง
ไม่ชอบเอาเปรียบเฉียบแข่งขัน
สู้กันซึ่งหน้าอย่าลับหลัง มัวส่วนตัว เบื่อเหลือกำลัง
เกลียดชังการเล่นเห็นแก่ตัว
เล่นรวมกำลังกันทั้งพวก เอาชนะสะดวกมิใช่ชั่ว
ไม่ว่างานหรือเล่นเป็นไม่กลัว
ร่วมมือกันทั่วก็ไชโย.......

..................................................

OSK เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี มีนามแฝงหรือนามปากกาว่า "ครูเทพ" ชื่อจริงของท่านคือ สนั่น เทพหัสดินทร์ ณ อยุธยา ท่านแต่งเพลงกราวกีฬา เมื่อ พ.ศ. 2437 หรือเมื่อ 105 ปีมาแล้วสาเหตุที่ท่านแต่งเพลงนี้เพราะ ในขณะที่ท่านได้เริ่มจัดการแข่งขัน ฟุตบอลระหว่างนักเรียนขึ้นมาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ท่านจึงได้แต่งเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อจูงใจชักชวนให้นักเรียนทั้งหลายหันมาเล่นกีฬา ในระยะแรกมีผู้ไม่เห็นด้วยที่ท่านชักจูงเด็กนักเรียนให้ไปเล่นฟุตบอล โดยอ้างว่าทำให้เด็กเสียการเรียน และทำให้เด็กเกิดอาการบาดเจ็บ แต่ครูสนั่นก็ได้ต่อสู้ โดยให้เหตุผลว่า ท่านต้องการให้เด็กๆทั้งหลายเกิดพัฒนาการการประสานงาน การเล่นหรือการทำงานกันเป็นทีม กับเพื่อนฝูงทำให้เด็กเกิดความมั่นใจและมีความอดทน ครูเทพเกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2419 (130 ปีที่แล้ว) ที่บ้านหลังศาลเจ้าหัวเม็ด ตำบลสะพาน หัน จังหวัดพระนครในสมัยนั้น และถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2486 ที่บ้านพักจังหวัดนครสวรรค์

********************************

มีคนเชื่อว่าแนวคิดโอลิมปิกนิยมในไทยมีมานานแล้ว ตั้งแต่รุ่นพ่อเราก็มีการสั่งสอนกัน อย่างเพลงกราวกีฬา ผู้แต่งคือ OSK เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ท่านแต่งตามหลักการโอลิมปิก หลายคนมั่นใจว่าท่านต้องเคยเรียนหรือรับรู้ปรัชญาการกีฬานี้มาก่อน เนื้อหาแต่ละตอนพูดถึงความสามัคคี ความรัก มิตรภาพ ซึ่งเป็นแก่นสำคัญของการกีฬา

********************************

ยาวิเศษ
จากคอลัมน์แตกกอ-ต่อยอด โดยศิลา โคมฉาย
มติชนสุดสัปดาห์ วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 26 ฉบับที่ 1324 หน้า 48

แม้ "กีฬา" จะถูกให้ความหมายตีค่าสูง เป็นเช่นยาวิเศษ ระดับแก้กองกิเลส ทำคนให้เป็นคน... มีคำอธิบายในภาษาทางการว่า คือกิจกรรม หรือการเล่นเพื่อความสนุก เพื่อบำรุงสุขภาพ หรือผ่อนคลายความตึงเครียด

แต่ "คำผวน" ของคำว่ากีฬา คือ กาลี

ด้วยเหตุเช่นนี้กระมัง เมื่อถึงเวลาของมหกรรมกีฬาซีเกมส์ เป็นต้องมีเสียงโวยวายโหวกเหวกระงม เจ้าภาพโกง... เจ้าภาพโกง...พลางเปลี่ยนซีเกมส์ เป็นซีโกง ทุกคราวไป

การแข่งขันกีฬาเพื่อแสดงความสามารถ ทักษะ สมรรถภาพทางร่างกายจิตใจ และเป็นสื่อเชื่อมโยงสายใยมิตรภาพ เสริมสร้างความสามัคคีในหมู่ประชาชนชาวอาเซียน ถูกสอดไส้วาระซ่อนเร้น ช่วงชิงดอกผลแปรเป็นผลประโยชน์ในทางอื่น

ชัยชนะเป็นสิ่งหอมหวนยิ่ง ใครๆ ล้วนปรารถนา

ความเป็นเจ้าเหรียญทอง มีความจำเป็นสูงสุดสำหรับเจ้าภาพ ผู้ต้องควักกระเป๋าทุ่มทุนนับร้อย นับพันล้านจัดการแข่งขัน เป็นความภาคภูมิใจ ทำให้ผู้คนเกิดความรู้สึกคุ้มค่าและคุ้มทุน

ได้วางท่าโอ่อ่าผ่าเผย จิตใจพองโต

ความเป็นเจ้าเหรียญทอง สามารถให้การเมืองนิ่งได้ในช่วงระยะหนึ่ง วาระการเฉลิมฉลองที่ต่อเนื่องท่ามกลางความชื่นมื่น ประชาชนยอมเก็บงำความความทุกข์ยาก ข้อขัดแย้ง ความไม่พอใจต่อการบริหารจัดการของรัฐ พื้นที่ข่าวการเมืองอันไม่พึงปรารถนาของรัฐบาล ถูกช่วงชิงเบียดขับ กระเด็นไปซุกในกรอบเล็กลดความรุนแรงลง

โดยทั่วไป คุณภาพทางการกีฬา เป็นตัวบ่งบอกถึงคุณภาพของประเทศ

การเป็นเจ้าเหรียญทอง แสดงว่าเศรษฐกิจต้องดีพอ มีเงินก้อนโตลงทุนกับการกีฬา ประชาชนมีสุขอนามัยดี สมบูรณ์แข็งแรง มีศักยภาพ เพราะระบบสาธารณสุขเยี่ยม ทั้งเจริญทางการศึกษาและวิทยาการ สามารถเผยแพร่ความรู้ด้านการกีฬาสากล ไปสู่ประชาชนอย่างถูกต้องและกว้างขวาง จัดการแข่งขันสม่ำเสมอเช่นประเทศอารยะ ได้รับความนิยมแพร่หลาย มีผู้เล่นเปี่ยมความสามารถมากเกินพอ สำหรับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนทีมชาติ

รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬามาพัฒนา ยกระดับความสามารถสู่ความเป็นเลิศ...

ภาพพจน์ที่ดีเป็นสิ่งจำเป็น ในการสร้างแบรนด์ประเทศในโลกทุนนิยม

การโกงสำหรับเจ้าภาพจึงเป็นเรื่องปกติ



นักกีฬา ผู้ต้องยึดถือปรัชญา ให้แสดงความสามารถอันโดดเด่น ประชันขันแข่งกันสุดฝีมือพร้อมๆ กับความมีน้ำใจเป็นนักกีฬาเต็มเปี่ยม มักถูกโยนศักดิ์ศรีของชาติให้แบกจนไหล่ลู่ มหกรรมกีฬาคือการศึก ต้องสู้เพื่อเกียรติของชาติ สู้ตายอย่าให้โลกเหยียดเย้ยหยามหยัน

แม้จะเป็นการปลุกเร้าที่ชวนให้ฮึกห้าว นักกีฬาถูกกระตุ้นปลุกเร้าคึกคักเข้มแข็ง แต่ย่อมเกิดความกดดัน พร้อมจะมองเลยมิตรภาพ ฉกฉวยเอาเปรียบคู่แข่งขัน หรืออาจก้าวไปใช้กลโกง

เหรียญทองสำหรับนักกีฬา นับวันจะสูงยิ่งด้วยมูลค่า รางวัลสนับสนุนช่วยให้สามารถลืมตาอ้าปาก ตั้งตัวได้ บ้างพลิกเปลี่ยนชีวิตพ้นจากทางลำเค็ญ มีโอกาสดีๆ เข้ามาให้เลือกไขว่คว้า สังคมยกย่องเชิดชู ยินดีมอบสาถนะเป็นคนพิเศษให้...

ปรัชญาการกีฬาในความหมายเดิมๆ ถูกท้าทายอย่างหนัก

ยิ่งโลกก้าวไปถึงยุค วิธีการจะเป็นอย่างไรก็ช่าง ผลที่ได้ต่างหากที่สำคัญ อดีตไม่มีความหมาย ปัจจุบันเป็นอย่างไร และอนาคตจะทำอะไร กลโกงทำสำเร็จก็รับผลประโยชน์เต็มที่ หากถูกจับและปรับแพ้ ยังสามารถกลับมาต่อสู้ใหม่ในอนาคต ไม่มีใครยึดอดีตมาคอยจับผิด

การโกงช่วยประเทศ ให้ครองความเป็นเจ้าเหรียญทอง คงไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย...



กีฬาอาจยังพอเป็นยาวิเศษสำหรับผู้ชมการแข่งขัน หากสามารถควบคุมตนเองให้ก้าวพ้นไปจากการวางตัวเป็นกองเชียร์แบบหลับหูหลับตา ถือหางข้างใดข้างหนึ่งแบบทุ่มเทใจให้ แน่ละ, การเลือกข้างทำให้ได้ลุ้น สนุกตื่นเต้นเต็มที่ แต่เต็มไปด้วยความตึงเครียด พร้อมจะก้าวร้าว ไม่ยอมรับกติกา

หรือหากเชียร์ด้วยจิตใจชาตินิยมเต็มเปี่ยม ย่อมหน้ามืดตามัว บ้าคลั่งรุนแรง...

ตั้งใจมั่นชมเกม อย่างรู้จักเข้าถึงธรรมชาติ และลักษณะเฉพาะของเกมแต่ละประเท ชื่นชมยอดฝีมือ ประชันความสามารถกันอย่างเต็มที่ เอาชนะกันด้วยทักษะความเชี่ยวชาญ ความมีสมาธิ การยืนระยะมั่นคง สม่ำเสมอทั้งสภาพจิตใจและพละกำลัง ตื่นตาตื่นใจกับพรสวรรค์ เห็นการรุกและรับ ถึงรุกในรับและรับเชิงรุก

หรือการอ่านใจและท้าทายวัดใจกัน ด้วยความเสี่ยงระดับสุดยอด

ก้าวไปให้พ้นทั้งซีเกมส์และซีโกง...

ที่มาบางส่วน:
http://www.geocities.com/soho/square/3887/cover.htm
http://www.geocities.com/phirimarchingband/note.htm
http://www.matichon.co.th/weekly/weekly.php?srctag=0416301248&srcday=2005/12/30&search=no

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: Thu Jan 05, 2006 4:13 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ผู้ชายคีบดอกไม้ Laughing
ผู้ชายคีบดอกไม้
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: Thu Jan 05, 2006 4:26 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

supawit103 บันทึก:
ที่ผ่านมา ผมก็เชื่อ แบบเดียวกับน้อง ครับ
แต่ต้องมาเปลี่ยนใจ เมื่อ ได้เห็นภาพนี้จริงๆ
ภาพ ไม่ได้ถูกกลับด้าน mirror อย่างที่ผม และ วุฒิ เคยเข้าใจ
หาก เดินข้ามถนน เข้าไปหา ตึกนี้อีกสักนิด
จะเห็น ป้ายโรงเรียนเขียนจารึกว่า "โรงเรียนเพาะ...."
อีกทั้งซุ้มหน้าตึกก็เป็นรูป พระวิษณุ



เด็กนักเรียน ที่เดินอยู่หน้าตึก ใส่ชุดราชปะแตน น่าเป็นชุด นักเรียนของเราในช่วงปี ๒๔๕๓-๒๔๘๐ ตึกนี้คงมีอยู่จริงในช่วงเวลาดังกล่าว

เห็นทีพวกเราต้องคืน ภาพนี้ให้เป็น สมบัติ ของชาวเพาะช่าง ซะแล้ว


อ้าวตกลงภาพนี้ไม่ใช่ของเราหรอครับ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9937
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Thu Jan 05, 2006 4:46 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

เป็นตึกแฝดกับตึกยาวที่อยู่ทางด้านเพาะช่างครับ แต่น่าเสียดายที่โดนระเบิดทำลายในช่วงสงครามโลก ...ชมภาพอาคารที่ไม่เหลือแล้วในเรื่องราวข้างล่างนี้ครับ

พี่ supawit103 บันทึก:
พบใน pantip.com เห็นน่าสนใจดี เลยนำมาฝากกัน



๕ มิถุนายน ๒๔๘๗ น่าจะเป็นวาระสุดท้ายของอาคาร รร.เพาะช่าง ที่ละม้ายกับตึกยาวของเรา

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K3414616/K3414616.html

โรดิโอเหนือฟ้ากรุงเทพ (เมื่อกรุงเทพถูกทิ้งระเบิด)
โรดิโอเหนือฟ้ากรุงเทพ

เมื่อกรุงเทพถูกทิ้งระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ ๒

เมื่อวันวิสาขบูชาเวียนมาถึงในวันเพ็ญเดือนหกของทุกปี ชาวพุทธต่างก็ไปทำบุญเวียนเทียนบูชาพระรัตนตรัย ที่วัดใกล้บ้านกันเป็นประจำ บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปควันเทียน แต่มีอยู่ปีหนึ่งที่วันวิสาขบูชา ได้กลายเป็นวันแห่งความพินาศ ของกรุงเทพมหานคร บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ความกลัว และความตาย ทั่วทุกแห่งหนเกลื่อนไปด้วยทรากศพและคลุ้มไปด้วยควันไฟ วันนั้นคือวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๘๗ ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ ปีวอก รัตนโกสินทร์ศก ๑๖๓ ซึ่งเมื่อกาลเวลาได้ล่วงมาถึงบัดนี้ ก็เป็นเวลากว่า ๖๐ ปีแล้ว

มีชาวบ้านย่านสามเสน ได้บันทึกไว้ด้วยอักขระสมัยมาลานำไทยเป็นมหาอำนาจ และด้วยสำนวนแบบชาวบ้านผู้ไม่ประสีประสา กับการปฏิบัติการอันดุเดือดของฝูงบินมฤตยู ผู้ทำให้วันนั้นกลายเป็นวิสาขบูชาเลือด โดยพาดหัวตัวโตว่า

ข้าสึกโจมตีพระนครเวลากลางวัน และมีรายละเอียด ดังนี้

....วันนี้เป็นวันวิสาขะบูชา ราสดรชักทงชาติขึ้นสู่ที่สูงทุกบ้านทุกเรือน เหล่าพุทธ มามะกะทั้งหยิงชาย ต่างก็ชักชวนกันไปวัดเพื่อฟังเทสน์ เวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. ก็มีเครื่องบินข้าสึกผ่านเข้ามาประมาน ๔๐ เครื่อง พวกประชาชนต่างก็ตื่นเต้นปลาดใจ มองดูการเคลื่อนไหวของเครื่องบิน แต่ไม่สู้จะหวาดกลัว เพราะคิดเสียว่าเขาเข้ามากลางวันหลายครั้งแล้วแต่ไม่เคยทิ้งระเบิดเลย เคยเข้ามา ๓ เครื่องบ้าง ๕ เครื่องบ้างเสียงแต่ปืนฝ่ายเรายิง ครั้งนี้แม้จะมามากมาย ก็คงจะเลือกทิ้งแต่จุดสำคัน ดังนั้นจึงไม่ไคร่จะพากันลงหลบภัยดังเช่นกลางคืน แต่ผิดคาด พอเขาเข้ามาครู่เดียว ก็ทิ้งระเบิดปัง ๆ ทีเดียว ทิ้งไม่เลือกที่เสียด้วย กระจายกันออกไปหมู่ละ ๕ ลำ มีเรือนำอีก ๑ ลำ เจ้าเรือนำขีดวงที่ไหน เจ้าบริวารก็ทิ้งบอมที่นั่น ตำบนหนึ่ง ๆ ทิ้งระเบิดลงมาไม่ต่ำกว่า ๒๕ ลูก หลุมระเบิดต่อหลุมระเบิดจดกันก็มี การเขียนวงเครื่องหมายกะที่ให้ทิ้ง คือพ่นควันออกทางหางและทางปีกทั้ง ๒ ข้าง แล้วบินวงโค้ง ฝ่ายเจ้าบริวารก็กะจายแถวเรียง ๑ ดากันประเคนระเบิดมหาวินาสลงมา เสียงบึ้ม ๆ เปรี้ยงปร้าง โผงผาง กราว ๆ แทบหูดับ บ้านเรือนกะเทือนไหวโยกเยก ล้มระเนระนาด ที่ยังซงอยู่ได้ก็หลังคาทะลุปรุโปร่ง

นับว่าเป็นการโจมตีครั้งไหย่ และหนักที่สุดกว่าทุก ๆ ครั้ง ที่ถูกมาแล้ว ลูกระเบิดที่ทิ้ง มีทั้งระเบิดเพลิง ระเบิดทำลาย และระเบิดสังหาร ๕ วันมาแล้วก็ยังเก็บสพไม่หมด เพราะถูกเรือนทับบ้าง ดินทับบ้าง มากต่อมาก ขุดรื้อหากันทุกวัน......

ในเหตุการณ์เดียวกันนี้ สรศัลย์ แพ่งสภา ได้เขียนเล่าไว้ในหนังสือชื่อ " หวอ..ชีวิตไทยในไฟสงครามโลกครั้งที่ ๒" โดยสำนักพิมพ์สารคดี ในบทที่ ๒๒ ข้ามากลางวันก็ได้ แจ้งสถานที่ถูกลูกระเบิดถล่ม มีความว่า

.....วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๘๗ วันนี้ต้องพูดถึงกันหน่อยละครับ เราถูกเล่นงานหนัก ฝูงบิน บี-๒๙ จำนวนมากกว่า ๓๐ เครื่อง เข้ามาถล่มกรุงเทพ เมื่อเวลา ๑๑.๒๐ น. แหงนขึ้นดูเห็นลูกระเบิด หลุดจากท้องเจ้ายักษ์ใหญ่ป้อมบิน ร่วงพรูลงมาเป็นสาย ระเบิดสะเทือนเลื่อนลั่นทั่วกรุง ไม่รู้หวังผลอะไร ลูกระเบิดลงเปรอะไปหมด

ทำเนียบรัฐบาล สนามม้าราชตฤณมัยสมาคม กรมเตรียมการทหาร (วังกรมหลวงชุมพร) สวนมิสักวัน เขาดินวนา ร.พัน.๙ หลังวชิราวุธวิทยาลัย บริเวณโรงเรียนสวนสุนันทาวิทยาลัย (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา) สี่แยกซังฮี้ถึงชุมชนสวนอ้อยตรงข้ามวชิรพยาบาล บริเวณสนามเป้าถึงปากซอยอารี ถนนพหลโยธิน

ย่านโรงงานรถไฟมักกระสัน อาคารถนนราชดำเนินกลาง โรงงานทำหมวก กรมโรงงานอุตสาหกรรม ใกล้โรงกรอง น้ำสามเสน หน้าสถานทูตญี่ปุ่น บริเวณเชิงสะพานพุทธยอดฟ้าฝั่งพระนคร โรงเรียนเพาะช่าง พื้นที่หลังโรงพักจราจร พื้นที่สี่แยกบ้านหม้อ บริเวณสี่แยกเฉลิมกรุงพังเป็นแถบไปถึงสี่กั๊กพระยาศรี
(ฝั่งร้านกรุงเทพฯบรรณาคาร)

โรงเลื่อยเฮี้ยงเฮงหลง เชิงสะพานผ่านฟ้าฯ ถนนพะเนียง สี่แยกจักรพรรดิพงษ์ ถนนหลานหลวง ละแวกหลังวัดโสมนัสวิหาร พื้นที่สี่แยกราชประสงค์ หน้าโรงเรียนตำรวจ (ปัจจุบันคือโรงพยาบาลตำรวจ) ละแวกสถานทูตอังกฤษ และโรงเรียนมาแตร์ถึงซอย รื่นฤดี สุขุมวิท พื้นที่ตรอกจันทร์สะพาน ๓-๔ สถานีรถไฟสายปากน้ำ-หัวลำโพง

ละแวกสถานีกล้วยน้ำไทและบ้านกล้วย โรงฟอกหนัง คลองเตย พื้นที่ตำบลคลองตันและพื้นที่ตำบลบางกะปิ ฝั่งธนบุรีมีละแวกศิริราชพยาบาล ย่านรถไฟบางกอกน้อย ศาลาเทศบาลธนบุรี บริเวณท่าพระ บริเวณวัดบุบผาราม วัดขุนจันทร์ ตลาดพลู พื้นที่บางขุนนนท์ บางปะกอก บริเวณวัดอัปสรสวรรค์ ฯลฯ

ระเบิดไม่ได้ลงตรงเป้าหมายหลักที่ไหนสักแห่ง ชาวพาราเดือดร้อนสาหัสสากรรจ์

รายละเอียดของการโจมตีทางอากาศครั้งนี้ ได้ปรากฎอยู่ในหนังสือนาวิกศาสตร์ของ ราชนาวิกสภา ฉบับประจำเดือน กรกฎาคม ๒๕๓๗ ซึ่ง พล.ร.ต.วิโรจน์ ศุภกาญจน์ ได้แปลและเรียบเรียง จากบทที่ ๗ ชื่อ Rodeo Over Bangk0k จากหนังสือเรื่อง B-29 The Plane That Won The War โดย พันตรี Gene Gurney แห่งกองทัพอากาศสหรัฐ และผู้เรียบเรียงให้ชื่อภาษาไทยว่า เมื่อกองบิน บี - ๒๙ ออกศึกครั้งแรกเหนือกรุงเทพ

ซึ่งพอจะสรุปความให้เข้ากับเรื่องที่เล่ามาแล้วได้ ดังนี้

.....เครื่องบินทิ้งระเบิดหนักแบบ บี-๒๙ รุ่นแรก จำนวน ๑๓๐ ลำ สังกัดหน่วยบัญชาการบินทิ้งระเบิดที่ ๒๐ ได้เดินทางมาถึงสนามบินในรัฐเบงกอลทางภาคตะวันตกของประเทศอินเดีย ตั้งแต่ ๒ เมษายน ถึง ๘ พฤษภาคม ๒๔๘๗

เครื่องบินแบบ บี-๒๙ หรือป้อมบินยักษ์นี้ มีลำตัวยาว ๙๓ ฟุต ๒ นิ้ว ความยาวระหว่างปลายปีกทั้งสองข้าง ๑๔๑ ฟุต ๙ นิ้ว เครื่องยนต์ทั้งสี่เครื่อง มีกำลังเครื่องละ ๒,๒๐๐ แรงม้า ที่ระดับน้ำทะเล บรรทุกลูกระเบิดได้หนัก ๒,๒๐๐ ปอนด์ จะบินได้ไกล ๕,๓๓๓ ไมล์ ในระดับความสูง ๒๕,๐๐๐ ฟุต ความเร็วสูงสุด ๒๘๒ ไมล์ ต่อชั่วโมง เป็นเครื่องบินรบแบบแรก ที่มีการปรับความดันอากาศในลำตัวเครื่องบิน ให้เท่ากับความดันอากาศ ที่ระดับน้ำทะเล เมื่อบินสูง ๑๐,๐๐๐ ฟุตขึ้นไป มีป้อมปืนกลอากาศ ขนาด .๕๐ นิ้ว (๑๒.๗ ม.ม.) จำนวน ๕ ป้อมที่โป่งออกมานอกลำตัว คือด้านหัว ด้านข้างทั้งสอง ใต้ท้อง และปลายหาง รอบตัวของเครื่องบินจึงไม่มีมุมอับกระสุนเลย

เครื่องบินชุดนี้เพิ่งออกมาจากโรงงานผลิตของบริษัทโบอิง โดยมีเวลาฝึกในสหรัฐอเมริกาเพียง ๑๘ ชั่วโมง กองทัพอากาศสหรัฐมีแผนที่จะใช้เครื่องบินแบบนี้ เป็นกองกำลังทางอากาศยุทธศาสตร์ ไปโจมตีที่หมายในประเทศญี่ปุ่นและที่หมายทางยุทธศาสตร์
ในดินแดนยึดครองของญี่ปุ่น ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.๒๔๘๗

กรุงเทพฯเป็นเป้าโจมตีที่ดีเลิศสำหรับการซ้อมมือ บี-๒๙ ที่บินออกจากสนามบินสี่แห่งในรัฐเบงกอล สามารถบินตรงเข้าหาเป้าได้เลย ระยะทางบินไปกลับจากฐานทัพในรัฐเบงกอล ประมาณ ๒,๐๐๐ ไมล์ จะเป็นการทดสอบขีดความสามารถ ทางยุทธการข้อหนึ่งของ บี-๒๙ ซึ่งเป็นการบินเหนือผิวน้ำ โดยมีดินแดนของประเทศพม่าเป็นที่หมาย

ในการบินไปหาเป้า และกลับฐานทัพนั้น เป็นตัวอย่างที่จะเกิดขึ้นสำหรับการปฏิบัติการโจมตี ภาคตะวันตกของญี่ปุ่นในอนาคต ซึ่งเส้นทางบินจะถูกจำกัด เพราะต้องผ่านหรือเฉียด ดินแดนที่ข้าศึกยึดครอง

กรุงเทพฯเป็นต้นทางภาคพื้นดินของญี่ปุ่นในการส่งสิ่งอุปกรณ์ ไปยังแนวรบในประเทศพม่า โรงงานซ่อมรถไฟที่มักกะสัน จึงต้องกลายเป็นเป้าหมายอันดับแรกในการโจมตี นอกจากนี้ความต้องการของพันธมิตร ที่จะปฏิบัติการตัดเส้นทางคมนาคมทางรถไฟ รวมทั้งการโจมตีโรงงานรถไฟพม่าที่อินเซน ทางด้านเหนือของนครย่างกุ้ง ทำให้โรงงานซ่อมรถไฟที่มักกะสัน มีความสำคัญมากขึ้นเป็นพิเศษ อีกประการหนึ่งโรงงานซ่อมรถไฟมักกะสันนั้น ตั้งอยู่โดดเด่นใน ทุ่งนานอกเขตชุมชน ซึ่งง่ายต่อการเล็งทิ้งระเบิด และสามารถทำการถ่ายภาพความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจากการทิ้งระเบิดครั้งแรกของ บี-๒๙ได้ทุกแง่ทุกมุม โดยไม่มีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ตั้งอยู่ใกล้เคียง ดังนั้น การประเมินค่าความเสียหายของเป้าหมายแห่งนี้ จะสามารถทำได้ง่าย แต่มีความถูกต้องในระดับสูง

จากแผนยุทธการข้างต้น เครื่องบิน บี-๒๙ จำนวน ๑๐๐ ลำ จึงได้ออกเดินทางจากสนามบินทั้งสี่แห่ง เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๘๗ ตั้งแต่เวลา ๐๕.๓๐ น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเวลา ๐๗.๓๐ น.ในประเทศไทย

บี-๒๙ เครื่องหนึ่ง ที่ขึ้นจากสนามบินชาคูเลีย ได้ตกลงที่ปลายทางวิ่งเพียงเล็กน้อย ลูกระเบิดขนาด ๕๐๐ ปอนด์เกิดระเบิดขึ้น เครื่องบินจึงแหลกเป็นชิ้นเล็ก ชิ้นน้อย และทหารประจำเครื่องบินเสียชีวิตทั้งหมด อีกเครื่องหนึ่งนั้นเครื่องกลไกขัดข้องไม่สามารถเคลื่อนที่ออกจากลานจอดได้

อีกหนึ่งชั่วโมงถัดมาเครื่องบินทั้ง ๙๘ ลำ ก็บินอยู่ในอากาศระดับความสูง ๕,๐๐๐ ฟุต ความเร็วเดินทาง ๒๑๐ ไมล์/ชั่วโมง เป็นรูปขบวนฝูงละ ๔ ลำถือเข็ม ๑๔๒ องศา ไปยังจุดบินเข้าหาเป้า ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเทพ ในเวลาต่อมา เครื่องบิน บี-๒๙ ที่เครื่องกลไกขัดข้องอีก ๑๘ ลำ บินต่อไปไม่ได้ ก็ได้รับอนุญาตให้กลับสนามบินของตนได้ จึงเหลืออีก ๘๐ ลำที่มุ่งหน้าไปสู่จุดหมายปลายทาง

ขณะที่ กองบิน บี-๒๙ กำลังบินอยู่ในหมอกหนาทึบ ปรากฎว่าเครื่องขัดข้องอีก ๓ ลำ ต้องบินกลับสนามบินในประเทศอินเดีย จึงเหลืออยู่ ๗๗ ลำ เมื่อถึงฝั่งอ่าวไทยก็ไต่ขึ้นสู่ ระดับ ๒๕,๐๐๐ ฟุต ทำความเร็วได้ ๒๐๐ ไมล์ต่อชั่วโมง เมื่ออยู่เหนือบริเวณเกาะสามเกาะ (ซึ่งน่าจะเป็นเกาะสีชัง เกาะไผ่ และเกาะล้าน) อันเป็นจุดรวมพลแล้ว ก็เลี้ยวขึ้นไปทางเหนือ ซึ่งมีเมฆคลุมพื้นที่เบื้องล่างถึงเจ็ดในสิบส่วน

ปรากฎว่าเมฆหนาคลุมอยู่เบื้องบนโรงงานรถไฟมักกะสัน ดังนั้นเครื่องบินส่วนใหญ่จึงหันไปเตรียมทิ้งระเบิดโดยวิธีเล็งจำลองในจอเรดาร์ ซึ่งปรากฎว่าสะพานเหล็กสายหนึ่ง (น่าจะเป็นสะพานพระราม ๖ ซึ่งอยู่ทางทิศ ๓๕๕ ของโรงงานรถไฟมักกะสัน ห่างประมาณ ๔.๕ ไมล์) ทอดข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่เกือบทิศเหนือตรง และห่างจากโรงงานรถไฟมักกะสันไม่มากนัก และสะท้อนสัญญาณคลื่นเรดาร์แรงมาก จนปรากฎภาพในจอเรดาร์อย่างชัดเจน จึงใช้สะพานนี้เป็นที่หมายสำหรับเล็งจำลองเพื่อทิ้งระเบิดครั้งนี้

บานประตูห้องบรรทุกลูกระเบิด ที่ท้องเครื่องบินเปิดอ้าเต็มที่ แล้วลูกระเบิดทำลาย กับพวงลูกระเบิดเพลิง ก็หล่นลงตามกันเป็นสาย ไปสู่เป้าที่อยู่ข้างล่าง ทหารประจำเครื่องบิน บี-๒๙ เห็นเครื่องบินขับไล่ข้าศึกหลายเครื่อง กำลังขับไต่ขึ้นมา นอกจากนี้ก็มองเห็นกลุ่มระเบิด และควันของกระสุนปืนต่อสู้อากาศยาน อย่างหนาแน่นในท้องฟ้า การยุทธในท้องฟ้าเหนือบางกอก ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว................

ขอขอบคุณ
www.pantip.com



"รูปเจ้าปัญหา"

ผมพบรูปนี้ หลายหน
-MV karaok ของน้อง ๑๒๕
-หนังสือ "สมานมิตร 122" นำรูปมากลับด้าน mirror ดูเหมือนจะเข้าใจผิดกันว่าเป็น "ตึกยาว" ของเรา

แต่
-หนังสือ "ฉลองเกียรติ เฉลิมขวัญ โรงเรียนหลวง...120 ปี สวนกุหลาบวิทยาลัย"
-หนังสือ จากสื่อท่องเที่ยวกรุงเทพ ฉบับหนึ่ง

ระบุว่าเป็น "โรงเรียนเพาะช่าง" ซึ่งเป็นข้อมูลที่ถูกต้องครับ

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: Thu Jan 05, 2006 8:25 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ยังเห็นไปเผลอใช้ใน เว็บทางการของโรงเรียน เวอร์ชั่นล่าสุดอยู่ครับ
ช่วยสะกิดกันหน่อย

http://www.sk.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=22&Itemid=36
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9937
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Thu Jan 12, 2006 7:23 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

อาจต้องรบกวนใครซักคนช่วยโทรหรือเดินไปบอกอาจารย์ฉิมพลีครับ ท่านจะได้ทราบและ update

อีกอย่างที่ควรเพิ่มใน(อีก)หน้า http://www.sk.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=18&Itemid=32

คือที่มา/ความหมายของสีประจำโรงเรียนสวนกุหลาบฯ:

สีชมพู หมายถึง วันอังคาร ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพของรัชกาลที่ 5

สีฟ้า หมายถึง วันศุกร์ ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพของพระราชินีของรัชกาลที่ 5

ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ _/|\_

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: Tue May 02, 2006 8:19 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

senirat บันทึก:
ภาพเก่าเหล่านี้เก็บไว้ให้ดีนะน้อง มันเป็นประวัติ วัฒนธรรม ของสวนกุหลาบ
อยากให้ถ่ายทอดไว้ในพิพิธภัณฑ์สวนกุหลาบด้วย จะได้ไม่สูญหาย oskตายได้
แต่สวนกุหลาบไม่มีวันตาย เคยดู TV CHAMPION ไหม? ญี่ปุ่นเขามี
ความหลากหลาย สืบต่อกันมา แม้แต่เรื่องขนมเขาก็เอามาแข่งได้ แฟนพันธ์แท้
ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า เรื่องราวต่างๆที่มีการสืบทอดกันมา มีคนสนใจ
ก็เอามาทำเป็นการแข่งขันได้ ต่อไปอาจมี รายการ แฟนพันธ์แท้ เรื่อง ศิษย์เก่าสวนฯ
เรื่อง บอลสวนฯ เรื่องประวัติสวนกุหลาบ ......
ต้นสนหลัง โกลบอล สมัยของผมยังเคยได้ยืนพิง หลบเงาแดด สนามไพศาล
สมัยผมไม่มี มาดู โรงเรียนทีหลัง อ้าว....ใครตัดสนามบอลไปแล้ว ผมอยากให้สนามบอลคงเป็นสนามมาตราฐาน ทำไมไม่ย้าย เพาะช่าง หรือ เสาวภาออกไป
osk87
รีน
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: Sun Jun 04, 2006 7:33 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

will_OSK บันทึก:
สนามฟุตบอลของสวนกุหลาบนั้นเป็นสนามฟุตบอลที่มีประวัติยาวนานและเป็นต้นกำเนิดของการกีฬาในปัจจุบันหลายๆอย่าง

1. สนามฟุตบอลของสวนกุหลาบขึ้นชื่อว่าเป็นสนามกีฬาแห่งชาติ แห่งแรกของประเทศไทย
2. สนามฟุตบอลของสวนกุหลาบเคยถูกใช้เป็นการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นตอนครั้งที่ 1-3 หรือ 4 ประมาณนี้
3. สนามฟุตบอลของสวนกุหลาบเคยใช้ทำเป็นเวทีมวยไทยกลางแจ้ง ซึ่งนั่นถือได้ว่าเป็นสนามมวยแห่งแรกของประเทศไทย
4.เพลงกราวกีฬา ที่ปัจจุบันมักจะได้ยินเวลามีการแข่งขันกีฬาตามที่ต่างๆนั้น เดิมทีเป็นเพลงที่ใช้สำหรับเชียรืกีฬาสีภายในของสวนกุหลาบ



จะเห็นได้ว่า สนามฟุตบอลของสวนกุหลาบนั้นได้สรางประโยชน์ให้กับประเทศไว้มากมายทีเดียว...
will@OSK
Surprised Very Happy Smile Sad Shocked Confused Cool Laughing Mad Razz Embarassed Crying or Very sad Evil or Very Mad Twisted Evil Rolling Eyes Wink Exclamation Question Idea Arrow
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9937
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed Jun 07, 2006 1:12 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

จากข้อมูลสนามศุภฯ : http://www.siamfootball.com/php/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=99

สำหรับงานด้านการกีฬาของชาติ OSK หลวงศุภชลาศัย (น.อ.บุง) ได้ส่งเสริมการแข่งขันกีฬานักเรียนของกรมพลศึกษา เช่น จัดให้มีการมอบเสื้อสามารถแก่นักกีฬาที่มีความยอดเยี่ยมทุกประเภท ก่อนจัดแข่งขันกีฬาประชาชนทั่วประเทศขึ้นเป็นครั้งแรก และในปี พ.ศ. ๒๔๗๙ จึงย้ายสนามแข่งขันกีฬานักเรียนประจำปี จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ไปทำการแข่งขัน ณ สนามหลวง
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
RM
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: Sun Jul 09, 2006 2:37 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top


OSK หลวงศุภชลาศัย

......สนามกีฬามาตรฐานแห่งแรกของประเทศไทย คือ "สนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ" โดยผู้นำเสนอโครงการก่อสร้างเป็นนายทหารจากกองทัพเรือ ในขณะนั้นมีตำแหน่ง "อธิบดีกรมพลศึกษา"

......บุง ศุภชลาศัย เกิดเมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๘ ณ ตำบลถนนพระอาทิตย์ อำเภอชนะสงคราม จังหวัดพระนคร เป็นบุตรนายเบี้ยวและนางพ่วง โดยเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดชนะสงคราม, โรงเรียนวัดบวรนิเวศ และโรงเรียนวัดราชบูรณะ (โรงเรียนสวนกุหลาบ) ตามลำดับ จนจบชั้นมัธยม พ.ศ. ๒๔๕๔ จึงไปสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนนายเรือ เนื่องจากเป็นคนเรียนเก่งถึงขั้นได้รับเกียรตินิยมของสถาบัน

......เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๑ บุง ศุภชลาศัย เริ่มต้นชีวิตราชการทหารเรือ ประจำการบนเรือรบหลวง "สุครีพครองเมือง" และตำแหน่งสุดท้ายก่อนออกจากกองทัพเรือ คือรองผู้บัญชาการทหารเรือ ในสมัยรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม (แปลก ขีตะสังคะ) กระทรวงศึกษาธิการ ได้สถาปนากรมใหม่ขึ้นเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ เพื่อจัดการงานด้านพลศึกษาของชาติ มี อำมาตย์เอกพระยาประมวลวิชาพูล (วงษ์ บุญ-หลง) รักษาราชการในตำแหน่งอธิบดี จนกระทั่ง วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๗ นาวาโท หลวงศุภชลาศัย ร.น. (บุง ศุภชลาศัย) จึงได้รับการแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมพลศึกษา คนแรกอย่างเป็นทางการ

......การพลศึกษายุคแรกในช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง หลวงศุภชลาศัย คือผู้วางรากฐานการพลศึกษาและกีฬานักเรียนเมืองไทยหลายประการ อาทิ การบรรจุหลักสูตรวิชาพลศึกษา โรงเรียนฝึกหัดครูพลศึกษาทั่วประเทศ และสิ่งสำคัญ สำหรับชาวพลศึกษา คือการกำหนดสัญญลักษณ์ วงกลมห่วง ๓ สี ประดิษฐ์ฐานอยู่ใต้รูปพระพลบดี ซึ่งห่วงสีขาวแทนพุทธิศึกษา, ห่วงสีเหลืองแทนจริยศึกษา และห่วงสีเขียวแทนพลศึกษา โดยความหมายแห่งนัย คือบุคคลจะมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และก่อประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมืองได้อย่างแท้จริงจะต้องมีความสมดุลย์ระหว่าง ความรู้ ความประพฤติและพลานามัย ดังเช่นห่วงทั้ง ๓ วง ที่วางทับกันอย่างมีเอกภาพ นั้นเอง

......สำหรับงานด้านการกีฬาของชาติ หลวงศุภชลาศัย ได้ส่งเสริมการแข่งขันกีฬานักเรียนของกรมพลศึกษา เช่น จัดให้มีการมอบเสื้อสามารถแก่นักกีฬาที่มีความยอดเยี่ยมทุกประเภท ก่อนจัดแข่งขันกีฬาประชาชนทั่วประเทศขึ้นเป็นครั้งแรก และใน พ.ศ. ๒๔๗๙ จึงย้ายสนามแข่งขันกีฬานักเรียนประจำปี จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ไปทำการแข่งขัน ณ สนามหลวง

......วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ กรมพลศึกษา จึงทำสัญญาเช่าที่ดินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน เนื้อที่ ๑๑๔ ไร่ ๑ งาน ๒๕.๑๒ ตารางวา และได้ดำเนินการของบประมาณแผ่นดิน จำนวน ๑๗๐,๐๐๐ บาท เพื่อใช้ที่ดินดังกล่าวในการจัดสร้าง "สนามกรีฑาสถาน" (NATIONAL STADIUM) เริ่มงานตั้งแต่ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๐ จวบจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔ แต่ขณะนั้น กระทรวง ศึกษาธิการ ได้จัดการแข่งขันกีฬาประชาชน ประจำปี พ.ศ. ๒๔๘๑ โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขัน ณ สนามกรีฑาสถาน เป็นครั้งแรก

......ใน พ.ศ. ๒๔๘๓ หลวงศุภชลาศัย ยังริเริ่มให้การแข่งขันกีฬานักเรียนต้องมีนักกีฬาอาวุโสกล่าวนำคำปฏิญาณตนเป็นครั้งแรก ด้วยคุณความดีหลายประการนี้เอง วันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๕ กรมพลศึกษา จึงเปลี่ยนชื่อสนามกรีฑาสถาน เป็น "สนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ" เพื่อเป็นเกียรติแก่ หลวงศุภชลาศัย นับแต่นั้นมา ช่วงระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๘๕ - ๒๔๘๗ นาวาเอก หลวงศุภชลาศัย ร.น. ได้รับโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามลำดับ

......แม้ว่า หลวงศุภชลาศัย จะถึงอนิจกรรมเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๘ แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ กรมพลศึกษา ได้ยกย่องและเชิดชูเกียรติให้ท่านเป็น "บุคคลพลศึกษาของชาติ" สาขาการบริหารการพลศึกษา ในขณะที่ "สนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ" ยังคงตั้งตระหง่านเคียงคู่กับวงการกีฬา เพื่อสืบทอดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของกีฬาฟุตบอลเมืองไทย ไปอีกหลายทศวรรษ.


จิรัฏฐ์ จันทะเสน ผู้เขียน
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9937
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Fri Aug 11, 2006 3:17 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ท่านทราบมั๊ยครับว่า ข้างบนตึกยาวปัจจุบันมีกี่ห้อง และชั้นล่างมีกี่ห้อง คำถามแฟนพันธุ์แท้ครับ หุๆ =)

----- Original Message -----
From: Ratanapruk, Ek
To: SKBand@yahoogroups.com
Sent: Friday, August 11, 2006 2:40 PM
Subject: RE: <SK Band> long bldg

คำถามนี้ยากมากครับพี่ เด็กนักเรียนรุ่นเราๆ อาจไม่รู้เลยก็ได้ เพราะเราไม่รู้ว่า หลังประตูแต่ละบาน มีบานไหนเป็นห้องเดียวกันมั่ง ซึ่งมันมีประตูหลายๆบานปิดตายไม่เคยเปิดเลย แล้วสมัยผม ห้องท้ายๆก็เป็นห้องสมุด ตีทะลุกันหมดเลยไม่ใช่หรือครับ

จำได้แต่มีห้องที่เปิดใช้ชั้นบนก็มี ห้องดุริยางค์ 1206 กับ 1209 ถ้าจำไม่ผิดน่าจะมีห้องโรเนียวข้อสอบขันตรงกลาง ต่อมาก็ชมรม พุทธศาสนา&ต่อสู้ (ใช้ห้องร่วมกัน) ถัดๆ ไปก็เป็นลูกเสือกองร้อยพิเศษ ห้องชมรมดนตรีไทย แล้วก็เป็นห้องเรียน 1 ห้องสำหรับเรียน ดนตรีไทยและสากล ก่อนถึงบันไดกลาง ถัดไปก็มีห้อง ผอ.กับห้องทำงานส่วนกลางนิดหน่อย แล้วก็เป็นห้องสมุดเลยมั้ง แต่มีประตูปิดอยู่เยอะมากๆ
ชั้นล่างก็มี Foto อยู่ใต้บันได(แคบโคตรๆ) ถัดไปก็ ห้องฝ่ายปกครอง + ร้านตัดผม ห้องธุรการ กน เชียรและแปรอักษรและห้องเก็บของๆพวกเขา แล้วก็เป็นห้องปิด ยาวไปถึงห้องพักครูฝ่าย คหกรรม แล้วก็มีห้องเรียน เกษตร กับ ห้องเรียนไฟฟ้า ซึ่งอับมากๆ อยู่

สมัยผมเป็นแบบนี้ น่าจะเหมือนพี่วุทนะครับเพราะรุ่นใกล้ๆกัน

----- Original Message -----
From: Kriangkrai Santipojana
To: SKBand@yahoogroups.com ; ton ladprao ; skband@yahoogroups.com
Sent: Friday, August 11, 2006 1:57 PM
Subject: Re: <SK Band> Re: Trumpet Concerto


สวัสดีครับพี่ๆ

ตอนนี้ห้อง 1206 ไม่มีแล้วอ่ะ
ไปอีกทีเขาตั้งชื่อห้องใหม่เป็น 1201 เสียแล้วขอรับ

ปลาทอง
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9937
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Fri Aug 11, 2006 3:57 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

----- Original Message -----
From: Namit
To: SKBand@yahoogroups.com
Sent: Friday, August 11, 2006 3:48 PM
Subject: RE: <SK Band> long bldg

แคบโคตรจริงๆ.. โฟโต้เนี่ย... วิดยาใต้บันไปตึกสามัคฯ ยังกว้างกว่าเยอะ..

เออ มีห้องตัดผมด้วนนี่หว่า ข้างๆห้องปกครอง....

ฮา...

Namit

"Ratanapruk, Ek" <EkR@siemens.com> wrote:
...ชั้นล่างก็มี Foto อยู่ใต้บันได(แคบโคตรๆ) ถัดไปก็ ห้องฝ่ายปกครอง + ร้านตัดผม ห้องธุรการ กน เชียรและแปรอักษรและห้องเก็บของๆพวกเขา แล้วก็เป็นห้องปิด ยาวไปถึงห้องพักครูฝ่าย คหกรรม แล้วก็มีห้องเรียน เกษตร กับ ห้องเรียนไฟฟ้า ซึ่งอับมากๆ อยู่

สมัยผมเป็นแบบนี้ น่าจะเหมือนพี่วุทนะครับเพราะรุ่นใกล้ๆกัน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9937
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Mon Aug 14, 2006 10:06 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

----- Original Message -----
From: Vanich Nopnirapath
To: SKBand@yahoogroups.com
Sent: Friday, August 11, 2006 5:14 PM
Subject: RE: <SK Band> long bldg

คือห้องโฟโต้เนี่ยแคบแต่อบอุ่นนะสมาชิกประจำนะร่วม20คนเชียว
แต่ฝุ่นเยอะมากโดยเฉพาะเวลาดุริยางค์ซ้อมเดินแถวเสร็จ
คือผมเป่าปี่อยู่3ปีแล้วมันเก่งสู้เด็กม1หัดเป่าปีเดียวไม่ได้เลยหันไปหัดถ่ายรูปง่ะ
เอ่อไอ้รุ่นเนี่ยตกลงมันนับกันยังไงหว่า

วานิช104
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9937
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Thu Aug 17, 2006 3:19 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

songwut110 บันทึก:
ท่านทราบมั๊ยครับว่า ข้างบนตึกยาวปัจจุบันมีกี่ห้อง และชั้นล่างมีกี่ห้อง คำถามแฟนพันธุ์แท้ครับ หุๆ =)


ขอเฉลยเลยและกันนะครับ ว่าตั้งแต่หลังสงคราม ตึกยาวชั้นบนมี ๑๙ ห้อง ชั้นล่างมี ๑๘ ห้อง [ไม่รวมห้องใต้ stair]

ป.ล. คำถามเพิ่มเติมอยู่ที่ http://www.osknetwork.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=1394#21842
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้

ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถแนบไฟล์หรือภาพประกอบในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์จากกระดานนี้


Powered by phpBB 2.0.8 © 2001, 2002 phpBB Group :: Theme & Graphics by Daz
Ported to the phpBB Nuke module by coldblooded
PHP-Nuke Port by Tom Nitzschner © 2002 www.toms-home.com
ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




All logos and trademarks in this site are property of their respective owner. The comments are property of their posters, all the rest © 2004 by osknetwork.com
ท่านสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับ osknetwork.com ได้โดยใช้ไฟล์ backend.php สำหรับข่าวสารและบทความ forumbackend.php สำหรับกระดานข่าว
or ultramode.txt
Web site engine code is Copyright © 2003 by PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle. All Rights Reserved. PHP-Nuke is Free Software released under the GNU/GPL license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.402 วินาที