------|    1 ตุลาคม 2554: ขอเชิญชาวสวนกุหลาบฯ ร่วมงานมุทิตาจิต - 2011-09-30 15:26:09 - โดย admin1    ||    ทรงวุฒิ OSK110 แนะซื้อกองทุนGOLD99ETFช้อนซื้อทองคำจริง-99.99% - 2011-09-29 07:41:18 - โดย admin1    ||    สวนฯอาลัย: "สุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช OSK92" อบจ.ภูมิใจไทย ลพบุรี - 2011-06-16 23:58:25 - โดย admin1    ||    แก้วสรร OSK83 ถึง ยิ่งลักษณ์'ผู้หญิงไม่มีเอกสิทธิ์ ทำลายกฎหมาย' - 2011-06-09 04:26:56 - โดย admin1    ||    หาทุนบูรณะตึกยาว 100 ปี คืน 31/5/54 ช่อง 5 สี่ทุ่มครึ่ง - 2011-05-30 13:25:46 - โดย admin1    ||    ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร OSK89 นั่งซีอีโอ ปตท.คนใหม่ - 2011-05-29 04:39:24 - โดย admin1    |------
  ชื่อ: รหัสผ่าน: รหัสยืนยัน: รหัสยืนยัน กรอกรหัสยืนยัน: [Register]
put text here

OSKNETWORK: Forums

OSKNETWORK.COM :: ดูกระทู้ - คปค.แต่งตั้ง OSK ปปช. 9 คน (1 OSK) และ คตส. 11 คน (1 OSK)
 
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   รายนามสมาชิกรายนามสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน 
 ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 
ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้  OSKNETWORK.COM หน้ากระดานข่าวหลัก » FYI
ผู้ส่ง ข้อความ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed Apr 06, 2005 5:09 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

คม-ชัด-ลึก วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2548
http://www.komchadluek.net/news/2005/04-06/p1--8715.html

ชาเขียว'กาเฟอีน'สูง เด็ก-สตรีมีครรภ์ ดื่มมากอันตราย

แฉชาเขียวพร้อมดื่มหมกเม็ดปริมาณสารกาเฟอีน และน้ำตาลสูงกว่ามาตรฐานองค์การอนามัยโลก ดื่มมากอาจเป็นอันตราย โดยเฉพาะเด็กและสตรีมีครรภ์ เตือนอย่าหลงกลทางการตลาดแจกรางวัลใหญ่

หลังจากกระแสการดื่มชาเพื่อสุขภาพกำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิง ทำให้มีผลิตภัณฑ์ชาเขียวพร้อมดื่มออกสู่ท้องตลาดเป็นจำนวนมาก พร้อมทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อเรียกลูกค้า

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 เมษายน นายอิฐบูรณ์ อ้นวงศา ผู้ประสานงานฝ่ายเผยแพร่ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้แถลงข่าวเรื่องชาเขียวพร้อมดื่มว่า จากการสำรวจปริมาณกาเฟอีนในชาเขียวแต่ละยี่ห้อ ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ชาเขียวหลายยี่ห้อไม่มีการแสดงปริมาณกาเฟอีน ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญต่อผู้บริโภค อีกทั้งยังนำชาเขียวพร้อมดื่มที่วางขายอยู่ในท้องตลาดจำนวน 43 ตัวอย่างส่งให้สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ทำการวิเคราะห์หาปริมาณสารกาเฟอีนทั้งหมด นำมาเปรียบเทียบกับเครื่องดื่มที่มีสารกาเฟอีนผสมอยู่โดยธรรมชาติและเติมเข้าไป พบว่าชาเขียวพร้อมดื่มมีปริมาณของสารกาเฟอีนสูงมาก

นายอิฐบูรณ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ชาเขียวพร้อมดื่มบรรจุขวดขนาด 500 มิลลิลิตร เฉลี่ยมีสารกาเฟอีน 23.76-76.02 มิลลิกรัมต่อขวด และขนาดบรรจุ 600 มิลลิลิตร มีปริมาณกาเฟอีนตั้งแต่ 77.27-103.48 มิลลิกรัมต่อขวด ในขณะที่ปริมาณกาเฟอีนที่ร่างกายรับได้ไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งในชีวิตประจำวันของคนเราอาจได้รับสารกาเฟอีนจากแหล่งอื่นที่มีอยู่ในธรรมชาติ เช่น กาแฟ น้ำอัดลม ซึ่งอาจทำให้ปริมาณสารกาเฟอีนในร่างกายสูงเกินมาตรฐานได้

นายอิฐบูรณ์ กล่าวอีกว่า นอกจากกาเฟอีนที่มีอยู่ในเครื่องดื่มชาเขียวแล้ว ความหวานในชาเขียวก็แฝงอันตรายสู่เด็กและวัยรุ่นด้วย ตามเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (ฮู) กำหนดการบริโภคน้ำตาลอยู่ที่ประมาณ 10 ช้อนชา ซึ่งโครงสร้างร่างกายมีการเผาผลาญได้ 6 ช้อนชา แต่จากการสำรวจชาเขียวพร้อมดื่ม โดยเฉพาะสูตรมีน้ำตาลและผสมน้ำผึ้งพบว่ามีหลายยี่ห้อมีปริมาณน้ำตาลในระดับที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้

"จากการเปรียบเทียบน้ำตาลกับน้ำอัดลม พบว่าเครื่องดื่มชาเขียวจำพวกผสมน้ำผึ้งมีน้ำตาลถึง 13.75 ช้อนชาต่อขวด ขณะที่น้ำอัดลมมีน้ำตาล 13 ช้อนชาต่อขวด ซึ่งไม่แตกต่างกันเลย ชาเขียวบางยี่ห้อมีน้ำตาลสูงถึง 15.6 ช้อนชาต่อขวด หากดื่มทุกวัน ปริมาณน้ำตาลและสารกาเฟอีนก็จะยิ่งสูงขึ้น" นายอิฐบูรณ์ กล่าว

นายอิฐบูรณ์ กล่าวด้วยว่า ข้อมูลที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภคคือ ฉลากสินค้า ซึ่งในการประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 277 ซึ่งออกมาตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2546 ได้กำหนดให้ชาพร้อมดื่มต้องแสดงปริมาณกาเฟอีนหน่วยเป็นมิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิกรัม ด้วยอักษรสีเข้มเส้นทึบขนาดความสูงไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร ที่อ่านได้ชัดเจนอยู่ในกรอบพื้นที่สีขาว บริเวณเดียวกับชื่ออาหารหรือชื่อสินค้า แต่พบว่าเครื่องดื่มที่มีการแสดงฉลากในตำแหน่งที่ถูกต้อง มียี่ห้อเดียวคือ ยี่ห้อซัมเมอร์ นอกจากนั้นไม่มียี่ห้อใดเลยที่แสดงตำแหน่งถูกต้อง แถมบางยี่ห้อไม่มีการแสดงปริมาณกาเฟอีนด้วย

นายอิฐบูรณ์ กล่าวต่อว่า มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเผยแพร่ข้อมูลนี้เพื่อแจ้งไปยังผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นให้ระมัดระวังการดื่มเครื่องดื่มขาเขียวพร้อมดื่ม โดยเฉพาะเด็กและสตรีมีครรภ์ ที่อาจได้รับอันตรายจากสารกาเฟอีน พร้อมขอส่งข้อมูลไปยังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้ อย.ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมาย กำหนดในการควบคุมการแสดงฉลาก เพื่อพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค พร้อมทั้งกดดันให้ อย.ทำการเก็บสินค้าที่มีการแสดงฉลากไม่ถูกต้องออกจากท้องตลาดให้หมด และให้ลงโทษผู้ประกอบการด้วย

“ธุรกิจชาเขียวมาพร้อมกับกระแสสุขภาพ ทั้งยังถูกกระตุ้นด้านการตลาดด้วยการแจกรางวัลใหญ่ๆ ทำให้มีผู้ดื่มบางรายดื่มชาเขียววันละหลายขวด เพื่อต้องการเป็นผู้โชคดี อาจทำให้ได้รับสารกาเฟอีนที่มากเกินไปจนเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะในเด็กและสตรีมีครรภ์” นายอิฐบูรณ์ กล่าว

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย songwut110 เมื่อ Tue Oct 03, 2006 1:29 am, แก้ไขทั้งหมด 5 ครั้ง
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed Apr 06, 2005 5:28 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

อย.เรียกเก็บนม3ยี่ห้อดังอันตราย
โดย ผู้จัดการรายวัน 6 เมษายน 2548 03:02 น.
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9480000046946


ผู้จัดการรายวัน – อย. เรียกคืนนมผงดัดแปลงสำหรับทารก 3 ยี่ห้อดังคือ เมจิ เอฟเอ็ม-ที แนน 1 และซีมีแล็กดีเอชเอ+เออาร์ในบางรุ่น หลังพบเชื้อเอนเทอโรแบคเตอร์ ซากาซากิ ที่เป็นอันตรายต่อทารกแรกเกิดถึง 1 ปี โดยเฉพาะทารกที่คลอดก่อน-กำหนด และทารกที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เหตุก่อให้เกิดเยื่อหุ้มสมอง-ไขสันหลังอักเสบ และอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้
ด้านมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเผยวิจัยจากสถาบันวิจัยโภชนาการ ม.มหิดล พบชาเขียวพร้อมดื่มมีคาเฟอีน-น้ำตาลสูงปรี๊ด โดยเฉพาะสูตรผสมน้ำผึ้งหรือน้ำตาลร้ายยิ่งกว่าน้ำอัดลม แถมไร้คำเตือนและฉลากไม่ถูกต้อง เตือนเด็กและสตรีมีครรภ์ควรระมัดระวัง
ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีโครงการศึกษาความเสี่ยงของเชื้อเอนเทอโร-แบคเตอร์ ซากาซากิ (Enterobacter sakazakii) ในนมผงดัดแปลงสำหรับทารก โดยเก็บตัวอย่างจำนวน 62 ตัวอย่างนั้น พบมีการปนเปื้อนเชื้อดังกล่าวจำนวน 3 ตัวอย่างคือ
1.ยี่ห้อ เมจิ เอฟ-เอ็ม-ที ของบ.เมจิ-เอ็มจีซี เดรี่ ออสเตรเลีย จำกัด วันที่ผลิต 05/05/2003 วันที่หมดอายุ 05/05/2006 2.ยี่ห้อแนน 1 ของบ.เนสท์เล่ นีเดอร์แลนด์ เบ.เว.เนเธอร์แลนด์ จำกัด รหัส EMIBV-22:11 เลขสารบบ 10-3-10937-1-0096 วันที่ผลิต 09/09/2004 วันที่หมดอายุ 09/09/2006 และ 3.ยี่ห้อซิมิแลค ดีเอชเอ+เออาร์เอ ของบ. แอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส์ เอส.เอ แกรนาดา สเปน จำกัด รหัส 22167QU เลขสารบบ 10-3-14623-1-0042 วันที่ผลิต 10/2004 วันที่หมดอายุ 04/2006
ทั้งนี้ เชื้อดังกล่าวทำให้เกิดความเสี่ยงต่อทารกแรกเกิด ถึง 1 ปี โดยเฉพาะทารกที่คลอดก่อนกำหนด ทารกที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ และทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ แต่ก็มีรายงานการติดเชื้อในเด็กและผู้ใหญ่ด้วย โดยทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลังอักเสบ โลหิตเป็นพิษ สำไส้และกระเพาะอักเสบ อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
เลขาฯ อย. กล่าวต่อไปว่า เชื้อชนิดนี้เป็นเชื้อที่อยู่ตามธรรมชาติ พบได้ในสิ่งแวดล้อม น้ำ ดิน พืชและผัก อุจจาระของคนและสัตว์ ทั้งนี้ อาจเป็นไปได้ที่จะเกิดการปนเปื้อนในระหว่าง กระบวนการผลิต แต่ยังไม่แน่ชัดว่าการปนเปื้อนเกิดในขั้นตอนใดของการผลิต ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย อย. จึงให้ผู้นำเข้าเรียกเก็บคืนนมผงรุ่นที่มีปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อทำลาย และแจ้งผล ดำเนินการให้ อย. ทราบด้วย
นอกจากนี้ ยังดำเนินการตามกฎหมายกับผู้นำเข้าทันที ฐานนำเข้าเพื่อจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และแจ้งข้อหานำเข้าอาหารผิดมาตรฐาน มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาทอีกด้วย และหากยังพบว่าผู้นำเข้ายังคงกระทำผิดซ้ำ ๆ ต่อไป ก็จะถูกพิจารณาเพิกถอน ใบอนุญาต
เลขาฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า ขอให้มารดาที่อยู่ระหว่างการให้นมบุตรและประชาชนทั่วไป อย่าได้หวั่นวิตก สำหรับผู้บริโภคที่สงสัยหรือพบปัญหา เกรงว่าบุตรหลานจะได้รับอันตราย หรือยังคงพบผลิตภัณฑ์รุ่นดังกล่าวในท้องตลาด โปรดแจ้งมาที่ อย. ทันที ผ่านสายด่วน อย. 1556 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากเชื้อ ผู้ปกครองควรชงนมเฉพาะปริมาณที่พอดีกับสำหรับการเลี้ยงทารกในแต่ละครั้ง และชงก่อนการบริโภคเท่านั้น อีกทั้งไม่ควรชงนมแล้วตั้งทิ้งไว้ หรือนำไปแช่ตู้เย็นนาน แล้วนำมาบริโภค เพราะเชื้อโรคจะเจริญเติบโตและแพร่ขยาย ทำให้ทารกได้รับเชื้อในปริมาณมาก เกิดอันตรายร้ายแรงได้ในที่สุด
วานนี้(5 เม.ย.) ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้จัดให้มีการแถลงข่าว เรื่องชาเขียวพร้อมดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหรือคาเฟอีนซ่อนรูป โดยนายอิฐบูรณ์ อ้นวงศา ผู้ประสานงานฝ่ายเผยแพร่ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า จากการสำรวจปริมาณคาเฟอีนในชาเขียวแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ ตั้งแต่ช่วงก.พ.48 ที่ผ่านมาปรากฏว่า ชาเขียวบางรุ่นบางยี่ห้อไม่มีการแสดงปริมาณคาเฟอีนซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญต่อผู้บริโภค
ดังนั้น จึงได้นำชาเขียวพร้อมดื่ม 43 ตัวอย่างส่งให้สถาบันวิจัยโภชนากา ม.มหิดลทำการวิเคราะห์หาปริมาณคาเฟอีนทั้งหมด เพื่อเปรียบเทียบกับเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนผสมอยู่โดยธรรมชาติและเติมเข้าไปโดย พบว่า ชาเขียวพร้อมดื่มมีปริมาณคาเฟอีนสูง
ทั้งนี้ ชาเขียวพร้อมดื่มขนาดบรรจุ 500 มล. เฉลี่ยมีปริมาณคาเฟอีน 23.76-76.02 มก.ต่อขวด และขนาดบรรจุ 600 มล.มีปริมาณคาเฟอีนตั้งแต่ 77.27-103.48 มก.ต่อขวด ในขณะที่ปริมาณคาเฟอีนที่ร่างกายรับได้ไม่เกิน 200 มก.ต่อวัน ซึ่งในชีวิตประจำวันอาจได้รับสารคาเฟอีนจากอาหารอื่นๆ ที่มีอยู่ในธรรมชาติ เช่น กาแฟ โกโก้ หรือเครื่องดื่มโคล่า เมื่อบริโภคชาเขียวพร้อมดื่มเข้าไปก็อาจทำให้ปริมาณสารคาเฟอีนในร่างกายสูงเกินมาตรฐานได้
นายอิฐบูรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากคาเฟอีนที่มีอยู่ในเครื่องดื่มชาเขียวแล้ว ความหวานในชาเขียวก็แฝงอันตรายสู่เด็กและวัยรุ่นด้วย ซึ่งตามเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกกำหนดการบริโภคน้ำตาลอยู่ที่ประมาณ 10 ช้อนชา ซึ่งโครงสร้างร่างกายมีการเผาผลาญได้ 6 ช้อนชา ขณะที่สินค้าประเภทเครื่องดื่มชาเขียวเมื่อสำรวจข้อมูลด้านโภชนาการ โดยเฉพาะสูตรมีน้ำตาลหรือผสมน้ำผึ้งพบว่า มีหลายยี่ห้อมีปริมาณน้ำตาลในระดับที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคด้วยการบริโภคเพียงขวดเดียว
“จากการเปรียบเทียบน้ำตาลกับเครื่องดื่มโคล่า พบว่าเครื่องดื่มชาเขียวจำพวกผสมน้ำผึ้งมีน้ำตาลถึง 13.75 ช้อนชาต่อขวด ขณะที่น้ำอัดลมมีน้ำตาล 13 ช้อนชาต่อชวด ซึ่งไม่แตกต่างกันเลย ยิ่งกินทุกวันวันละ 2 ขวด ทั้งปริมาณน้ำตาลและคาเฟอีนก็จะยิ่งสูงขึ้น จึงอยากให้ข้อมูลผู้บริโภคชี้ให้เห็นว่าเรากำลังบริโภคเพื่อสุขภาพหรือทำลายสุขภาพกันแน่ และขอเตือนอย่าให้เพลินไปกับการโปรโมทสินค้าที่กระตุ้นยอดขาย เช่น การชิงโชคที่ไม่รู้ว่ากินกี่ขวดแล้วจะได้ แต่ผู้บริโภคกลับตกเป็นเหยื่อถูกชักจูงโดยทิศทางทางการตลาดโดยไม่รู้ตัว ”
นายอิฐบูรณ์ กล่าวด้วยว่า ข้อมูลที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภคคือ ฉลากสินค้า ซึ่งในการประกาศสธ.ฉบับที่ 277 ซึ่งออกมาตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค.46 ได้กำหนดให้ชาพร้อมดื่มต้องแสดงปริมาณคาเฟอีนหน่วยเป็นมิลลิกรัมต่อ 100 มก.ด้วยอักษรสีเข้มเส้นทึบขนาดความสูงไม่น้อยกว่า 2 มม. ที่อ่านได้ชัดเจนอยู่ในกรอบพื้นที่สีขาว บริเวณเดียวกับชื่ออาหารหรือชื่อสินค้า
อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงพบว่า เครื่องดื่มที่มีการแสดงฉลากในตำแหน่งที่ถูกต้อง มียี่ห้อเดียวคือ ยี่ห้อซัมเมอร์ นอกจากนั้นไม่มียี่ห้อใดเลยที่แสดงตำแหน่งถูกต้อง แถมบางยี่ห้อไม่มีการแสดงปริมาณคาเฟอีนด้วย
นายอิฐบูรณ์ กล่าวว่า การเปิดเผยข้อมูลในวันนี้เพื่อต้องการแจ้งเตือนผู้บริโภคทั้งกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มเสี่ยงคือเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี สตรีมีครรภ์ให้ความระมัดระวังในการบริโภค เนื่องจาก อย. ยังไม่มีคำเตือนที่ชัดเจน
ส่วนเรื่องปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มชาเขียวก็ควรมีการพัฒนาฉลากโภชนาการ เนื่องจากปัจจุบันนี้ถือเป็นความสมัครใจของเจ้าของสินค้าที่จะแสดงหรือไม่ก็ได้ ซึ่งอย.มีอำนาจที่จะบังคับให้สินค้าแสดงปริมาณน้ำตาล เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผู้บริโภคได้ และสุดท้ายอยากให้ผู้ประกอบการมีคุณธรรม จริยธรรม มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคด้วย ทั้งนี้ จะนำข้อมูลที่ได้นี้ส่งต่อให้กับอย.ต่อไป

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
Pichai
น้องใหม่
น้องใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: Aug 07, 2003
ตอบ: 44

ตอบตอบ: Wed Apr 06, 2005 9:54 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

อะไรถ้ามากเกินไปก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed Apr 06, 2005 11:18 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับพี่ ทางสายกลางนั้นน่าจะดีกว่าทางสายอื่นเสมอ Very Happy

..........................................................................................................................

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 1999 10 เม.ย. - 13 เม.ย. 2548
http://www.thannews.th.com/detialNews.php?id=T081999a&issue=1999
คณะกรรมการอาหารและยา ควรปรับระบบการทำงานใหม่

กรณีที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคออกมาระบุว่า ชาเขียวพร้อมดื่มมีปริมาณกาเฟอีนสูงกว่าเครื่องดื่มผสมกาเฟอีนหรือเครื่องดื่มชูกำลัง หากดื่มจำนวนมากก็จะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ พร้อมกับเรียกร้องให้คุมเข้มฉลากเครื่องดื่มชาเขียว โดยกำหนดให้แสดงปริมาณกาเฟอีน และให้ปิดฉลากในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนตามกฎหมาย เป็นข่าวใหญ่ที่ช็อกความรู้สึกผู้บริโภคคนไทยมากทีเดียว เนื่องจากการดื่มชาเขียวกำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคคนไทยในยุคปัจจุบัน ขณะที่ความรู้เกี่ยวกับสรรพคุณของใบชาตามหลักวิชาการของผู้บริโภคยังมีอยู่น้อยมาก





ความนิยมดื่มชาเขียวของคนไทยมีมากแค่ไหน เห็นได้จากอัตราการเติบโตของตลาดชาเขียวสำเร็จในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากยอดขายโดยรวมปีละประมาณ 400 ล้านในช่วง2 ปีที่ผ่านมา เป็นปีละประมาณ 6,000 ล้านบาทเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา และคาดหมายว่า จะเติบโตถึงปีละประมาณ 10,000 ล้านบาทเมื่อสิ้นปี 2548 นี้ ถือได้ว่า เป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างยิ่ง เหนือความคาดหมายของนักตลาดและนักวิชาการด้านการบริโภค จนเกิดคำถามตามมามากมายว่า เหตุใดคนไทยจึงหันมานิยมดื่มชาเขียวกันมากมายขนาดนี้





เหตุที่คนไทยหันมาดื่มชาเขียวสำเร็จรูปเพิ่มมากขึ้น น่าจะมาจากความเชื่อในสรรพคุณตามคำโฆษณามาพร้อมๆกับกระแสความนิยมของผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญต่อการรักษาสุขภาพ โดยเชื่อว่า ใบชามีสารช่วยในการลดคอเรสเทอรอลในเลือด ลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ เป็นต้น กรณีที่สอง น่าจะมาจากการทุ่มจัดโปรโมชันแจกโชค แจกเงินล้านกันเกือบทุกยี่ห้อ ทำให้เกิดแรงจูงใจซื้อชามาดื่มกันมากขึ้นถึงขนาดบางรายซื้อยกลัง หรือครั้งละหลายๆลังก็ยังมี





ปัจจุบันเรามีหน่วยงานที่กำกับดูแล คือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข กำกับและดูแลเกี่ยวกับการผลิต จำหน่ายและการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารและยา เรียกได้ว่า เป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยด่านแรกให้กับผู้บริโภคคนไทย ในเรื่องการตรวจสอบคุณภาพ-มาตรฐานก่อนที่จะทำการวางตลาดหรือจำหน่ายให้กับผู้บริโภค รวมทั้งยังมีหน้าที่กำกับดูแลด้านการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์อีกด้วย





สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นความบกพร่องของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ที่ไม่ทำหน้าที่ของตนอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันต้องโทษผู้ผลิต ผู้จำหน่ายเช่นเดียวกันที่อาศัยช่องว่างกฎหมาย จัดรายการส่งเสริมการขายโน้มน้าวใจให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า ดื่มชาแล้วได้เงินล้าน ได้โชค ทั้งๆที่หากดื่มชาจำนวนมากๆก็อาจจะเป็นผลร้ายต่อสุขภาพเช่นกัน เพราะตามธรรมชาติใบชาเขียวจะมีกาเฟอีนผสมอยู่ในใบชาแต่ละใบ โดยแต่ละยี่ห้อจะมีไม่เกิน 23-76 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร แม้จะดูว่าน้อย แต่เมื่อดื่มวันละหลายๆขวดร่างกายจะได้รับกาเฟอีนมากขึ้นเป็นลำดับและอาจจะมีปัญหาต่อร่างกายได้





เราเห็นว่า ในฐานะที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือ อย. เป็นด่านแรกที่มีหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยอาหารและยาให้กับผู้บริโภคคนไทย ควรปรับวิธีการทำงานแบบเชิงรุก มิใช่แบบตั้งรับรอให้เกิดปัญหาแล้วตามแก้ภายหลัง เพราะยังมีอาหารและยาอื่นๆจ่อคิววางตลาดอีกมากมาย อย่างกรณีชาเขียว อย.จะต้องให้ความรู้ทั้งเรื่องสรรพคุณและปริมาณการดื่มกับผู้บริโภคที่พอเหมาะกับร่างกาย ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย บุคคลประเภทใดควรดื่มและไม่ควรดื่ม และควรจะต้องบังคับให้ผู้ประกอบการติดฉลากเกี่ยวกับส่วนผสมกาเฟอีนให้ชัดเจน มีคำเตือนเหมือนอย่างเครื่องดื่มผสมกาเฟอีนชนิดอื่นๆ รวมทั้งจะต้องปิดช่องว่างกฎหมายว่าด้วย การโฆษณาและการส่งเสริมการขาย ในรูปแบบการชิงโชค เป็นต้น


..........................................................................................................................

อย.เตรียมฟัน 'นมผง'
http://www.dailynews.co.th/today/each.asp?newsid=50396

จากกรณีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกมาระบุถึงนมผง 3 ยี่ห้อ มีเชื้อแบคทีเรีย “เอนเทอโรแบคเตอร์ ซากาซากิ” ซึ่งเป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสมองและไขสันหลังอักเสบ โลหิตเป็นพิษ ลำไส้รวมทั้งกระเพาะอาหารอักเสบจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตต่อทารกวัยแรกเกิด จนถึงวัย 1 ขวบ

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2548 ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ ส.ก.2502 เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณี บริษัทเนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์นมผงยี่ห้อแนน 1 ส่งแถลงการณ์ชี้แจงว่า นมผงสำหรับทารกยี่ห้อแนน 1 ปราศจากเชื้อดังกล่าว อีกทั้งเชื้อ “เอนเทอโรแบคเตอร์ ซากาซากิ” นั้น เป็นเชื้อที่พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ หากพบเชื้อนี้ในอาหารสำหรับทารกในระดับที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่นานาชาติกำหนดไว้ ถือว่าปลอดภัย ซึ่งคงต้องเรียกบริษัทมาพบ เพื่อไม่ให้มีการให้ข้อมูลที่ทำให้เกิดความเข้าใจสับสน เพราะการ ที่บริษัทออกมาชี้แจงว่าการปนเปื้อนของเชื้อ “เอนเทอโรแบคเตอร์ ซากาซากิ” เป็นเรื่องที่ไม่เป็นปัญหานั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด

เลขาธิการ อย. กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ อย. รวบรวมข้อมูลหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับบริษัทนมผงดัดแปลงสำหรับทารก ทั้ง 3 บริษัทแล้ว ในข้อหานำเข้าอาหารปนเปื้อน มีความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ ซึ่งเมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้น การนำเข้านมผงของทั้ง 3 บริษัทจะต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียด โดยจะต้องมีการอายัดไว้ที่ศุลกากร เพื่อนำตัวอย่างไปตรวจสอบ เมื่อทราบผลว่าปลอดภัยจึงจะอนุญาตให้จำหน่ายได้ และในอนาคตจะผลักดันให้มีการแนบใบรับรองความปลอดภัยของนมผงดัดแปลงสำหรับทารกทุกลอตการผลิตของทุกยี่ห้อ ไม่มีการเลือกปฏิบัติ.

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Fri Jul 01, 2005 1:49 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

อย.สั่งเก็บนมผงเลี้ยงทารก 4 ยี่ห้อหลังพบเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคซากาซากิ
http://www.bangkokbiznews.com/nws/scripts/hotnewskt.php?lang=th&newsid=67936&type=ktmo

1 กรกฎาคม 2548 เวลา 10:39:40

อย.เผยตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์ทำให้เกิดโรคเอนเทอโรแบคเตอร์ ซากาซากิ ในนมผงดัดแปลงสำหรับทารก 4 ยี่ห้อ ไฮคิว -ดูเม็กซ์-เอ็นฟาแล็คและอะแล็คต้า-เอ็นเอฟ เรียกเก็บคืนจากท้องตลาดแล้ว ผู้บริโภคอย่าวิตก อย.แนะผู้ปกครองต้องปรับเปลี่ยนวิธีชงนมใหม่ ขอให้ชงพอดีกับการบริโภคแต่ละครั้ง อย่าเก็บไว้บริโภคต่อ

นพ.นรังสันต์ พีรกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ตามที่สำนักงาน อย. ดำเนินการตรวจสอบหาเชื้อเอนเทอโรแบคเตอร์ ซากาซากิ ในนมผงดัดแปลงสำหรับทารกที่จำหน่ายอยู่ตามท้องตลาด เพื่อคุ้มครองสุขภาพความปลอดภัยให้ทารกและเด็กที่บริโภคนม เนื่องจากมีรายงานว่าเชื้อดังกล่าวเป็นเชื้อจุลินทรีย์ ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยต่อทารกแรกเกิด ถึง 1 ปี โดยเฉพาะทารกที่คลอดก่อนกำหนด ทารกที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ และทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งเบื้องต้นจะมีอาการอาเจียน ท้องเสีย และล่าสุด จากการเก็บตัวอย่างโดยกองงานด่านอาหารและยา อย. ได้ส่งตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

ผลการวิเคราะห์ ปรากฏว่าได้พบเชื้อจุลินทรีย์ทำให้เกิดโรคเอนเทอโร แบคเตอร์ ซากาซากิในนมผงดัดแปลงสำหรับทารก จำนวน 4 ยี่ห้อ ได้แก่ ยี่ห้อ ไฮ-คิว ช่วงวัยที่ 1 สูตรสำหรับทารก วันผลิต 18 Mar 2005 วันหมดอายุ 18 Sep 2006 รุ่น C008 เลขสารบบอาหาร 11-3-00823-1-0023 ผลิตโดย บริษัท ดูเม็กซ์ (มาเลเซีย) จำกัด นำเข้าโดย บริษัท ดูเม็กซ์ จำกัด ยี่ห้อ เอนฟาแล็ค ดีเอชเอพลัสเออาร์เอ วันผลิต 16.09.2004 วันหมดอายุ 15.09.2006 รหัส S 402824 เลขสารบบอาหาร 11-3-02723-1-0101 ผลิตโดย บริษัท มี้ด จอห์นสัน บีวี ไมเนเก้น นำเข้าโดย บริษัท บริสตอล-ไมเยอร์ สควิบบ์ (ประเทศไทย) จำกัด ยี่ห้อ เอ็นฟาแล็ค วันผลิต 14.10.47 ควรบริโภคก่อน 14.10.49 รหัส QBJ01N15 เลขสารบบอาหาร 20-1-03444-1-0052 ผลิต/นำเข้า โดยบริษัท มี้ด จอห์นสัน (ประเทศไทย) จำกัด และยี่ห้อ อะแล็คต้า-เอ็นเอฟ วันผลิต 12.03.48 วันหมดอายุ 12.09.49 รหัส QCJ12A21 เลขสารบบอาหาร 20-1-03444-1-0015 ผลิต/นำเข้า โดย บริษัท มี้ด จอห์นสัน (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งนี้ อย. ได้สั่งการให้เรียกคืนผลิตภัณฑ์นมผงรุ่นดังกล่าวจากท้องตลาด เพื่อทำลายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รองเลขาธิการ อย. กล่าวต่อไปว่า สำหรับทารกที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงดังกล่าวข้างต้น ผู้ปกครองไม่ควรวิตกกังวล อย่างไรก็ตาม หากพบว่าเด็กมีอาการผิดปกติ เช่น อาเจียน ท้องเสีย ให้หยุดใช้นมนั้นทันทีและรีบไปพบแพทย์ และเพื่อความปลอดภัยสำหรับทารก ผู้ปกครองต้องชงนมเฉพาะปริมาณที่พอดีกับสำหรับการเลี้ยงทารกในแต่ละครั้ง เพราะนมที่ผสมแล้วจะเสียได้ง่าย จึงต้องใช้เลี้ยงทารกทันที หรือหากทารกกินนมในขวดไม่หมดภายใน 1 ชั่วโมง ต้องเทนมที่เหลือในขวดนั้นทิ้ง ห้ามนำไปเก็บในตู้เย็นแล้วนำมาใช้เลี้ยงทารกอีก หากชงนมที่มีการปนเปื้อนแล้วตั้งทิ้งไว้ เชื้อที่มีอยู่จะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว จนก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ เนื่องจากเชื้อนี้มีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ ผู้ปกครองจึงควรให้ความใส่ใจในการทำความสะอาดทั้งมือ อุปกรณ์ในการชงนม ไม่ว่าจะเป็นขวดนม หัวนมยาง ฝาขวด หรือเครื่องใช้อื่น ๆ และสุขอนามัยในการชงนม โดยควรต้มในน้ำเดือดอย่างน้อย 10 นาที ก่อนนำไปใช้ สำหรับการต้มน้ำชงนมต้องต้มน้ำจนเดือดก่อน และ ทิ้งไว้จนอุ่น ก่อนนำไปผสม

นพ.นรังสันต์ กล่าวด้วยว่า อย. ได้รับความร่วมมือจากทางบริษัทในการเรียกผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคืนจากท้องตลาดด้วยดี สำหรับผู้บริโภคที่มีนมรุ่นดังกล่าวอยู่ หากประสงค์จะนำมาเปลี่ยน ทางบริษัทได้เปิดให้แลกคืนได้ โดยนมยี่ห้อ ไฮ-คิว ช่วงวัยที่ 1 สูตรสำหรับทารก วันผลิต 18 Mar 2005 วันหมดอายุ 18 Sep 2006 รุ่น C008 ให้ติดต่อศูนย์ฮอตไลน์ของดูเม็กซ์ ที่โทร. 0 2740 3400 สำหรับนมยี่ห้อ เอนฟาแล็ค ดีเอชเอพลัสเออาร์เอ วันผลิต 16.09.2004 วันหมดอายุ 15.09.2006 รหัส S 402824 นมยี่ห้อ เอ็นฟาแล็ค วันผลิต 14.10.47 ควรบริโภคก่อน 14.10.49 รหัส QBJ01N15 และนมยี่ห้อ อะแล็คต้า-เอ็นเอฟ วันผลิต 12.03.48 วันหมดอายุ 12.09.49 รหัส QCJ12A21 ให้ติดต่อได้ที่ศูนย์ข้อมูลผู้บริโภคแผนกโภชนาการ มี๊ด จอห์นสัน โทร.0 2725 1000 หรือสำหรับต่างจังหวัด ที่หมายเลข 1800 238 342 (โทรฟรี) สำหรับผู้บริโภคท่านใดที่สงสัยหรือพบปัญหาในการบริโภคนมผงดังกล่าว แจ้งมาได้ที่ อย. หมายเลข 1556

....................................................................................................

อย.สหรัฐฯ ยืนยันชาเขียวไม่ลดความเสี่ยงเป็นมะเร็ง
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9480000087633
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 1 กรกฎาคม 2548 11:44 น.


สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ เอฟดีเอ ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า การดื่มชาเขียวอาจไม่สามารถป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากหรือมะเร็งชนิดอื่นๆ แถลงการณ์ของ อย.สหรัฐฯ ระบุว่า ผลงานวิจัย 2 ชิ้น พบว่า การดื่มชาเขียวไม่สามารถลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมในหญิง ในขณะที่งานวิจัยอีกชิ้นที่ศึกษาในวงจำกัดกลับชี้ว่าการดื่มชาเขียวอาจป้องกันมะเร็งได้ อย.สหรัฐฯ สรุปว่า จากผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ทำให้เห็นได้ว่า มีความเป็นไปได้สูงอย่างยิ่งที่ชาเขียวไม่ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านม ขณะเดียวกัน มีผลการทดลองอีกชิ้นที่ไม่ได้ศึกษาในรายละเอียดระบุว่า การดื่มชาเขียวสามารถลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ด้วยเหตุนี้สำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ จึงสรุปว่า หลักฐานที่มีอยู่ขณะนี้ไม่อาจสนับสนุนคำกล่าวอ้างที่ว่า การดื่มชาเขียวลดความเสี่ยงในมะเร็งชนิดต่างๆ

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed Aug 16, 2006 11:46 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

วันนี้ (16 ส.ค.49) ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุชน ชาลีเครือ ประธานรัฐสภา เปิดการประชุมวุฒิสภาเพื่อลงมติเลือกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) หลังจากเมื่อวานนี้ไม่สามารถเลือก ป.ป.ช. ชุดใหม่ได้เพราะที่ประชุมวุฒิสภาใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมงพิจารณาเรื่องตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต. ชุดใหม่ โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจะมีวาระการดำรงตำแหน่ง 9 ปี และสามารถอยู่ในตำแหน่งได้เพียงวาระเดียวเท่านั้น

สำหรับบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น ปปช. ทั้งหมดมี 18 คน โดยวุฒิสภาจะประชุมเพื่อลงมติเลือกให้เหลือ 9 คน เพื่อเป็นคณะกรรมการป้องและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ชุดใหม่ โดยทั้ง 18 คน ได้แก่ 1.นายไสว จันทะศรี อดีตรองประธานศาลฎีกา 2.นายกุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา (บิดา? นายเศรษฐบุตร อิทธิธรรมวินิจ OSK110) 3.นายวิมุติ บัวจันทร์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร 4.นายภักดี โพธิศิริ OSK78 รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และอดีตเลขาธิการอาหารและยา 5.พลตำรวจโทวันชัย ศรีนวลนัด อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 26 เพื่อนร่วมรุ่นของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี 6.นายประสาท พงษ์ศิวาภัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

7.นางสัจจา ศศะนาวิน อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ 8. OSK พลเอกชูชาติ สุขสงวน อดีตเจ้ากรมรัฐธรรมนูญทหาร 9.นายศิวะ แสงมณี อดีตอธิบดีกรมการปกครอง 10.นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการโครงการเนื่องในพระราชดำริ 11.นายเมธี ครองแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 12.นางอารีรัตน์ วัฒนสิน รองเลขาธิการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 13.พลเอกเกษมชาติ นเรศเสนีย์ อดีตจเรทหารทั่วไป 14.นายสันติ บางอ้อ รองเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 15.นายดิลก บุญเรืองรอด อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา 16.นายวิชัย วิวิตเสวี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา 17.นายบุญปลูก ชายเกตุ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน และ18.นายอัษฎา ชัยนาม อดีตเอกราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก

...................................

วาระสำคัญของวุฒิสภารักษาการที่จะต้องเลือกบุคคลเข้าไปเป็นองค์กรอิสระ 2 องค์กรคือ คณะกรรมการป.ป.ช. 9 คน และกกต. 5 คน โดยวาระสำคัญที่จะมีขึ้นก็คือ การเลือกป.ป.ช. 9 คน

ทั้งนี้ มีรายชื่อผู้ที่น่าสนใจ คือ 1.นายไสว จันทะศรี อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญา 2.พล.ต.ท.วันชัย ศรีนวลนัด อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งจบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ พ.ศ.2516 รุ่นที่ 26 รุ่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี 3.พล.อ.เกษมชาติ นเรศเสนีย์ ประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 3 (ตท.3) เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการและกรรมการสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) ให้กิจการบางส่วนเข้าตลาดหลักทรัพย์และให้เอกชนเข้ามาบริหาร และประธานกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการจัดจ้างซ่อมปรับปรุงเฮลิคอปเตอร์แบบ 6 ของกองทัพอากาศ

4.นายศิวะ แสงมณี อดีตอธิบดีกรมการปกครอง เป็นติด 1 ใน 9 ป.ป.ช.ที่ถูกสำนักราชเลขาธิการตีกลับ 5.นายภักดี โพธิศิริ OSK78 เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา 6.นายประสาท พงษ์ศิวาภัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 7.นายสันติ บางอ้อ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 8.นางสัจจา ศศะนาวิน อดีตรองผู้ว่าการสตง.9.นางอารีรัตน์ วัฒนสิน รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คนสนิทนางพรนิภา ลิปปพยอม เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานคนปัจจุบัน มีสามีคือ นายไพบูลย์ ลิปปพยอม เลขาธิการมูลนิธิไทยคม

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญตรวจสอบประวัติและความประพฤติของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นป.ป.ช.มีเอกสาร 4 ชุดคือ 1.ประวัติการทำงานทั่วไปที่เปิดเผยได้ 2.การถามตอบวิสัยทัศน์ 3.รายงานเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาและพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งมี 2 เล่มที่เปิดเผยไม่ได้ มี 6 รายชื่อที่มีปัญหาเรื่องตำแหน่งเทียบเท่าอธิบดี อาทิ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองเลขาธิการ ส่วนความสัมพันธ์ทางการเมืองมี 7 คน แต่ไม่มีหลักฐานชัดเจน และ4.รายงานการตรวจสอบประวัติเชิงลึกมี 18 เล่มย่อย มี 5 รายที่หากวุฒิพิจารณาประชุมลับสมาชิกจะต้องซักถามกันมาก

สำหรับผู้มีปัญหาเกณฑ์อธิบดีหรือเทียบเท่า คือ 1.นายสันติ บางอ้อ 2.นางสัจจา ศศะนาวิน 3.นางอารีรัตน์ วัฒนสิน 4.พล.ต.ท.วันชัย ศรีนวลนัด 5.รศ.ดร.ดิลก บุญเรืองรอด

ส่วน 6 คนที่กรรมการสรรหาเสนอชื่อซ้ำกัน 6 คน แต่หลุดเข้ามาได้ 1 คนคือ พล.อ.เกษมชาติ เนรศเสนีย์

ขณะที่ผู้ที่ไม่สามารถชี้แจงที่มาของรายได้อย่างชัดเจนคือ พล.ต.ท.วันชัย ที่ลืมแจ้งบัญชีทรัพย์สิน 38 บัญชี กว่า 200 ล้านบาท โดยคณะกรรมาธิการได้เชิญมาชี้แจงเมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยังติดใจในเรื่องของทรัพย์สินภรรยาวงเงินกว่า 557 ล้านบาท

9อรหันต์ป.ป.ช.หรือแค่"ร่างทรง"

การเปิดสภาสมัยวิสามัญ ของวุฒิสภา เพื่อพิจารณาสรรหาปปช.และกกต.ซึ่งเป็นองคืกรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญกำหนดน่าจับตายิ่งนัก โดยเฉพาะว่าที่ 9ปปช.นั้นจะเป็นร่างทรงหรือไม่

องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ที่สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สร.) สร้างขึ้นเพราะคิดว่าองค์กรอิสระเหล่านี้จะขจัดคราบสกปรกของระบบการเมืองรูปแบบเดิม ๆ ให้หมดสิ้นไป และหวังว่าจะได้เปิดศักราชใหม่สำหรับระบอบประชาธิปไตยไทยเสียที

องค์กรอิสระแต่ละองค์กรล้วนได้แสดงให้เห็นเป็นประจักษ์ว่า มีเพียงคณะกรรมการชุดแรก เท่านั้นที่ได้สร้างคุณูปการให้กับระบอบประชาธิปไตยไทยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จนฝ่ายการเมืองเข็ดขยาดกับการใช้อำนาจ และเป็นช่องทางให้ฝ่ายการเมืองพยายามเข้ามาครอบองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะการส่งคนที่ตัวเอง "สั่งได้" เข้ามาเป็นกรรมการในองค์กรอิสระ

วิธีการนี้เริ่มจากการเขียนกระบวนการสรรหาในรัฐธรรมนูญให้มีคณะกรรมการที่มิใช่ตัวแทนประชาชน แต่ให้เข้ามาเลือกผู้ที่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ นี่คือข้อบกพร่องของการลอกตำราฝรั่งมาแล้วตั้งองค์กรอิสระด้วยวิธีการเลือกแบบผิด ๆ ที่สำคัญ คือ ไม่เป็นประชาธิปไตย เมื่อกระบวนการสรรหาที่ผิด ๆ ดำเนินการสู่การลงคะแนนโดยวุฒิสภา

ซึ่งที่ผ่านมาวุฒิสภาถูกครหาว่า มีส.ว.จำนวนมากที่นิยมฝ่ายการเมืองที่มีอำนาจ ทั้งที่สร.เขียนรัฐธรรมนูญแบบวาดฝันสวยหรูว่า เมื่อส.ว.มาจากการเลือกตั้งแล้วให้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ย่อมมีศักดิ์ศรีเหนือกว่าส.ส.ทั่วไปและมากพอที่จะไม่สวามิภักดิ์ให้กับฝ่ายการเมือง แต่ความเป็นจริง นั้น มันตรงกันข้าม

ประเด็นที่รักษาการส.ว.สกลนคร มาลีรัตน์ แก้วก่า ที่ระบุถึงการแจกหุ้นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) ให้กับส.ว.เพื่อดึงมาเป็นพวก ไม่เกินความเป็นจริง และหากตรวจสอบก็จะพบว่ามีคนใกล้ชิดส.ว.จำนวนหนึ่งถือหุ้นปตท.ทั้งที่ไม่เคยปรากฎว่าคนเหล่านี้เคยเล่นหุ้นมาก่อน

การยอมศิโรราปให้กับฝ่ายการเมืองนี่เองถือเป็นจุดอ่อนของวุฒิสภาชุดปัจจุบัน แม้ว่าสุชน ชาลีเครือ รักษาการประธานวุฒิสภา ประกาศว่าจะไม่ให้การเมืองเข้ามาแทรกแซง แต่นั่นย่อมขัดแย้งกับสิ่งที่ เสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช อดีตคนเคยใหญ่ในพรรคไทยรักไทย บอกว่าเคยวิ่งล็อบบี้ส.ว.เพื่อให้เลือกรองประธานวุฒิสภาคนหนึ่ง เป็นประธานวุฒิสภา

ส.ว. เล่นกันแรง ยัดโพย "5 แสน" กลางที่ประชุม
วันที่ 16 ส.ค. 2549


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการประชุมวุฒิสภาช่วงเช้าวันนี้(16 ส.ค.) ช่างภาพหนังสือพิมพ์ได้บันทึกภาพส.ว. กลุ่มหนึ่งได้เขียนโผเลือก ป.ป.ช. 9 คน โดยไม่ระบุนามสกุล คือ 1.วันชัย 2.สัจจา 3.ชูชาติ 4.ศิวะ 5.วิชัย 6.เกษมชาติ 7.ไสว 8.กุลพัชร์ และ9.อารีรัตน์ โดยมีการระบุจำนวนเงินเอาไว้ 5 แสนบาทด้วย นอกจากนี้ยังมีการเขียนตัวหนังสือกำกับไว้ว่า "พี่วีปฝากด้วยนะ บอกพิชัย และวรวิทย์ด้วย" ซึ่งจากการสอบถามส.ว. รายหนึ่งได้รับการชี้แจงว่า เป็นการเขียนแซวกันเล่นของส.ว. กลุ่มหนึ่ง ไม่น่าจะเป็นโผจริง อย่างไรก็ตาม คาดว่า 6 ใน 9 คนจากโผดังกล่าวนี้จะได้รับเลือกเป็นปปช. ตามโผที่เคยลงเป็นข่าวหลายครั้ง

ต่อมา เวลา 12.00 น. หลังจากข่าวการเขียนโพยดังกล่าวกระจายออกไป ปรากฎว่านายทวีป ขวัญบุรี รักษาการส.ว.ระนอง ได้จูงมือมากับนายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี รักษาการส.ว.เพชรบูรณ์ เพื่อชี้แจงเรื่องดังกล่าว โดยนายทวีปชี้แจงว่า เป็นคนเขียนโพยดังกล่าวเอง โดยต้องการเขียนแซวเล่น โดยได้บอกกับนายสุทัศน์ว่า เขียนเสร็จแล้วจะแกล้งทำโพยตก จึงอยากชี้แจงว่าไม่ได้มีจุดประสงค์อะไร และเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ระหว่างการประชุมสภาเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติและความประพฤติผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกกต. ตนไปเดินเล่นลานจอดรถเพื่อหารถขนเงินตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่ไม่พบอะไรผิดปกติ

ที่มา:
http://www.bangkokbiznews.com/2006/08/15/c004_129189.php?news_id=129189
http://www.matichon.co.th/breaking-news/breaking-news.php?nid=MjAwNjA4MTYtMTAzNzQw
http://www.matichon.co.th/breaking-news/breaking-news.php?nid=MjAwNjA4MTYtMTIyNDQ5
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Fri Sep 22, 2006 4:19 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

คปค.แต่งตั้ง ปปช.ชุดใหม่ 9 คน
15:49 น. คณะปฏิรูปการปกครองฯ มีคำสั่งให้กฎหมายปปช.มีผลบังคับใช้ต่อไป และแต่งตั้งคณะกรรมการ ปปช.ชุดใหม่ 9 คน ประกอบด้วย 1.นายปานเทพ กล้าณรงคราญ 2.นายกล้านรงค์ จันทิก 3. ใจเด็ด พรใชยา 4.ประสาท พงษ์ศิวาภัย ผู้ว่านครปฐม 5.ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ OSK78 เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา 6. เมธี กรองแก้ว 7 วิชา มหาคุณ 8 วิชัย 9สมลักษณ์ จัดกระบวนพล

ที่มา: http://203.154.97.19/citizen_report/breaking/read.php?newsid=215420&lang=T

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Tue Sep 26, 2006 12:48 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top


สั่งตรวจสอบ-ยึดทรัพย์ อดีต รมต.รัฐบาลทักษิณ [24 ก.ย. 49 - 23:39]

ประกาศ
คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ฉบับที่ 23
เรื่อง การตรวจสอบทรัพย์สิน
-------------------

เนื่องด้วยปรากฏว่าการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งโดยผลของการปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองและผู้อื่น ทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศอย่างร้ายแรง จึงสมควรดำเนินการตรวจสอบการดำเนินงานและโครงการต่างๆ ที่ได้รับอนุมัติหรือเห็นชอบโดยบุคคลในคณะรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีดังกล่าวว่าเป็นไปโดยสุจริตหรือไม่ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงมีประกาศดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบคณะหนึ่ง ประกอบด้วย
(1) นายสวัสดิ์ โชติพานิช เป็นประธานกรรมการ
(2) ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นกรรมการ
(3) อัยการสูงสุดหรือผู้แทน เป็นกรรมการ
(4) เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือผู้แทน เป็นกรรมการ
(5) เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือผู้แทน เป็นกรรมการ
(6) เจ้ากรมพระธรรมนูญหรือผู้แทน เป็นกรรมการ
(7) ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือผู้แทน เป็นกรรมการ
(Cool เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือผู้แทน เป็นกรรมการ

ให้คณะกรรมการตรวจสอบแต่งตั้งเลขานุการคนหนึ่งและผู้ช่วยเลขานุการตามความจำเป็นให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินรับผิดชอบงานด้านธุรการของคณะกรรมการตรวจสอบและปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบมอบหมาย

ข้อ 2 ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการดำเนินงานหรือโครงการซึ่งได้รับอนุมัติหรือเห็นชอบโดยบุคคลในคณะรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง โดยผลของการปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ว่าเป็นไปโดยสุจริตหรือไม่ ในกรณีที่เห็นว่าการดำเนินงานหรือโครงการใดมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบและมีพฤติการณ์ว่าบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบหรือร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องของผู้นั้น คู่สมรสและบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้นั้นไว้ก่อนได้

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามประกาศนี้ นอกจากอำนาจตามวรรคหนึ่งให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจตามกฎหมายดังต่อไปนี้ด้วย

(1) พระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบใช้อำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและคณะกรรมการธุรกรรม
(2) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบใช้อำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(3) ประมวลรัษฎากรโดยให้คณะกรรมการตรวจสอบใช้อำนาจของอธิบดีกรมสรรพากรเฉพาะที่เกี่ยวกับการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สิน

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง คณะกรรมการตรวจสอบจะเรียกสำนวนการสอบสวนหรือการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมาใช้ประกอบการพิจารณาและใช้เป็นสำนวนการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ ในกรณีที่มีเรื่องเดียวกันอยู่ในการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือคณะกรรมการธุรกรรม ให้ประสานงานเพื่อดำเนินการตามควรแก่กรณี

ข้อ 3 ให้คณะกรรมการตรวจสอบแจ้งรายชื่อบุคคลตามข้อ 2 แก่สถาบันการเงิน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมที่ดิน กรมสรรพากร หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง และผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้นั้น เพื่อให้หน่วยงานหรือบุคคลนั้นแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินและการเสียภาษีอากร ตลอดจนการทำธุรกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับบุคคลตามข้อ 2 คู่สมรสและบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้นั้นให้คณะกรรมการตรวจสอบทราบภายในเวลาและตามวิธีการที่คณะกรรมการตรวจสอบกำหนด

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์ส่งข้อมูลและเอกสารให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เพื่อแจ้งต่อคณะกรรมการตรวจสอบได้

มิให้นำบทบัญญัติของกฎหมายที่ห้ามมิให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง มาใช้บังคับกับการแจ้งข้อมูลตามวรรคหนึ่ง

ข้อ 4 ในกรณีที่บุคคลซึ่งถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามข้อ 2 ไม่แจ้งข้อมูลตามข้อ 3 หรือไม่ส่งมอบทรัพย์สินที่ถูกยึด หรือยักย้าย จำหน่าย จ่ายโอนทรัพย์สินที่ถูกอายัด ให้ถือว่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่ชอบและเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการร่ำรวยผิดปกติหรือเพิ่มขึ้นผิดปกติ

ในกรณีที่หน่วยงานหรือบุคคลตามข้อ 3 ไม่ดำเนินการตามที่คณะกรรมการตรวจสอบกำหนดตามข้อ 3 หากมีกรณีเกิดความเสียหายขึ้นจากการที่ไม่ดำเนินการนั้น ให้หน่วยงานหรือบุคคลดังกล่าวรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น

ข้อ 5 บรรดาทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัดตามข้อ 2 ถ้าเจ้าของทรัพย์สินพิสูจน์ต่อคณะกรรมการตรวจสอบภายในเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบกำหนดได้ว่า ตนเป็นเจ้าของที่แท้จริงและทรัพย์สินนั้นมิใช่ทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด หรือมิได้เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจสั่งเพิกถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้น

ข้อ 6 ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบมีมติว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือบุคคลใดกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ หรือร่ำรวยผิดปกติ ให้ส่งรายงาน เอกสารหลักฐาน พร้อมทั้งความเห็นไปยังอัยการสูงสุดเพื่อให้อัยการสูงสุดดำเนินการต่อไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 โดยให้ถือว่ามติของคณะกรรมการตรวจสอบเป็นมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ข้อ 7 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามประกาศนี้ ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการตามที่มอบหมายได้

ข้อ 8 ให้คณะกรรมการตรวจสอบดำเนินการตามประกาศนี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

เมื่อครบกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งและการตรวจสอบหรือสอบสวนเรื่องใดยังไม่แล้วเสร็จ ให้คณะกรรมการตรวจสอบส่งมอบสำนวนคืนให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตน แล้วแต่กรณี

ประกาศ ณ วันที่ 24 กันยายน พุทธศักราช 2549

พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน
หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ที่มา http://www.thairath.com/online.php?section=newsthairathonline&content=20784

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
Tao113
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Dec 21, 2004
ตอบ: 127

ตอบตอบ: Tue Sep 26, 2006 3:43 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

เอ่อ... ปปช เป็นองค์กรอิสระ ต้องมีกระบวนการสรรหาตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เหรอครับ
แล้ว คณะรัฐประหาร มาแต่งตั้งกันเองซะงี้ มันจะอิสระมั๊ยล่ะเนี่ย Shocked
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Tue Sep 26, 2006 4:24 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

Tao113 บันทึก:
เอ่อ... ปปช เป็นองค์กรอิสระ ต้องมีกระบวนการสรรหาตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เหรอครับ
แล้ว คณะรัฐประหาร มาแต่งตั้งกันเองซะงี้ มันจะอิสระมั๊ยล่ะเนี่ย Shocked


ไม่รู้ว่าน้อง Tao113 สังเกตหรือเปล่าว่า ปปช ส่วนใหญ่ก็มาจาก ปปช ชุดแรกและจาก list ของ candidate ที่เคยอยู่ในสภา... ก็หวังว่าไม่ยี้ครับ (ถึงแม้จะมีเสียงวิจารณ์บ้าง)... อีกอย่างคือ ตอนนี้ไม่มีรัฐธรรมนูญแล้วครับน้อง...

ขอให้เขาทำงานกันก่อนและกันนะครับ อย่าด่วนตัดสินความจาก upfront...

ว่างๆอย่าลืมไปเยี่ยมทั่นทักกะภรรยาและลูกสาวที่ 55 พาร์ค เลน เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ถนนเคนซิงตัน กรีน นะครับ Laughing (หรือที่ Dorchester ที่ทั่นนอนในช่วงแรกหลังกลับจาก UN?)



สำนักงานอสังหาริมทรัพย์ไม่ห่างไปนักติดป้ายโฆษณาราคาที่พักขนาดสี่ห้องนอนในย่านนี้อยู่ที่ 4.7 ล้านปอนด์ ราคาต่ำกว่านี้ก็มีอย่าง 85,000 ปอนด์ แต่ได้เฉพาะแค่ที่จอดรถ คนพักอาศัยแถวนี้ใช่ว่ามีแต่คนอังกฤษเจ้าของชาติ แต่กลับเป็นคนจากหลากเชื้อเผ่าพันธุ์ แตกต่างกันหลายศาสนา ทั้งอาหรับ อินเดีย รัสเซีย แต่สิ่งหนึ่งที่ดูจะเป็นจุดเหมือนคือคนเหล่านี้ "มีตังค์"

ที่อาคาร 55 พาร์ค เลน ค่ำนั้น รถโฟว์วีลไดรฟ์คันหนึ่งปราดเข้ามาจอดหน้าตัวอาคารที่ไม่สูงนัก ชายในชุดสูทตัดเย็บเรียบร้อยดูเนี้ยบยังนั่งอยู่หน้าพวงมาลัยไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อนจากตำแหน่งคนขับ

20 นาทีให้หลังชายหนุ่มยืดตัวบ่งบอกความพร้อม ขณะที่หญิงสาวในชุดราตรีผ้าซาตินขาว กับอีกสองสาวในชุดกระโปรงสั้นประดับด้วยไข่มุกดูเก๋ ก้าวออกจากประตูอาคาร ก่อนผลุบเข้าไปนั่งประจำที่ให้สารถีนำรถสีดำวาวค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป ดูจากการแต่งตัวแล้วเป็นไปได้ว่าสามสาวอาจกำลังไปชมแฟชั่นโชว์ "จิออร์จิโอ อาร์มานี" ที่เปิดตัวคอลเลคชั่นล่าสุดในกรุงลอนดอนไปเมื่อคืนวันที่ 21 กันยายน

คนดูมีอันจะกินอย่างสามสาวนี่กระมังถึงจะมีสิทธิพักใน 55 พาร์ค เลน เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ภายใต้การบริหารของ แฮร์รอด เอสเตท เจ้าของก็คือโมฮัมเหม็ด อัลฟาเยด ที่เชื่อกันว่าเป็นเพื่อนสนิทของอดีตเจ้าพ่อโทรคมนาคมไทย

นี่จะใช่เหตุผลที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เลือกมานอนข่มตาหลับหลังเส้นทางการเมืองพลิกผันให้ต้องเปลี่ยนแผ่นดินอยู่หรือไม่ ไม่มีใครล่วงรู้

แต่ที่แน่ๆ การพักค้างคืนที่นี่หนึ่งสัปดาห์ ในห้องพักขนาด 1 ห้องนอน หนึ่งห้องรับแขก ต้องควักกระเป๋าไม่ต่ำกว่า 600 ปอนด์ แต่ถ้าอยากมีบริเวณให้หายใจหายคอกว้างขึ้นหน่อย เลือกห้องพักประเภทสี่ห้องนอน ก็ต้องเตรียมเงินปอนด์ไว้สัก 4,000 ปอนด์ เพื่อพักสบายๆ หนึ่งสัปดาห์

ถนนด้านหน้าเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ที่ราคาค่าเช่าหนึ่งอาทิตย์แพงเกินเงินเดือนคนเดินนี้ จ้อกแจ้กจอแจไม่น้อย แต่เมื่อได้ก้าวเท้าผ่านประตูกระจกอัตโนมัติเข้าไปในตัวอาคาร ความเงียบทำให้รู้ว่ามันน่าพึงพอใจเพียงใด พื้นหินอ่อนลาดพรมสีแดง กระจกบานใหญ่ประดับสองข้างทางเดินดูโอ่โถง นำทางไปสู่ห้องรีเซฟชั่นที่พอร์ตเตอร์หนุ่มสองคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้รูปไข่

ที่มา: http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0103230949

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
Tao113
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Dec 21, 2004
ตอบ: 127

ตอบตอบ: Tue Sep 26, 2006 6:01 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ขอบคุณพี่วุฒิครับที่ช่วยให้ข้อสังเกต

อย่างไรก็ตาม เมื่อที่มามาด้วยความไม่ถูกต้องอย่างนี้แล้ว ผมก็ขอตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนละกันครับ
จะเป็น good result หรือเปล่าไม่แน่ใจ อันนี้ยังเป็นเครื่องหมาย Question
แต่ที่แน่ๆ คือมันเป็น bad practice ครับ Exclamation

แล้วถ้าหลังจาก ปปช สอบสวนเสร็จแล้วบอกว่าคนนั้น คนนี้มีความผิด
ศาล (ควร) จะยอมรับฟ้องหรือไม่ ในเมื่อกระบวนการมันไม่ถูกต้อง
ซึ่งก็มีตัวอย่างให้เห็นแล้วจากกรณี รสช ยึดทรัพย์นักการเมือง แล้วศาลมีคำสั่งยกฟ้อง
และให้คืนทรัพย์สินกลับให้หมด

ผมว่าคณะรัฐประหารทำอย่างนี้ จะทำให้มันยุ่งอีรุงตุงนังกันเข้าไปใหญ่
เพราะเริ่มต้นก็ด้วยการกระทำผิดกฏหมายซะแล้ว (ทำรัฐประหาร)
แล้วนี่จะต้องทำผิดกฏหมายอีกกี่ข้อ กี่มาตราถึงจะเสร็จสมอารมณ์หมายของคณะผู้ก่อการ...
(เออ... จริงๆ แล้วมันก็ไม่มีกฏหมายแล้วนี่เนอะ มีแต่คำสั่งคณะปฏิรูปฯ Wink )

BTW, no hard feelings against each other นะครับ ถือว่าแลกเปลี่ยนทัศนะกัน
เป็นเด็กสวนฯ สิ่งใดเราทำ (หรือเขาทำ) จำต้องวิจารณ์ครับ Very Happy
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Tue Sep 26, 2006 2:23 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ครับ no hard feeling whatsoever ครับ



ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10426

ปฏิวัติงดงาม

โดย วัลลภ ตังคณานุรักษ์

ประเทศไทยผ่านการปฏิวัติรัฐประหารมาหลายต่อหลายครั้ง แทบทุกครั้งจะได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแนวลบเกือบทั้งสิ้น

แต่ล่าสุดของการปฏิวัติในคืนวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ "คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.)" ที่นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และคณะ กลับได้รับความชื่นชมยินดีจากประชาชนอย่างล้นหลาม

ดังภาพปรากฏในข่าวที่ประชาชนหลั่งไหลมอบดอกไม้ มอบผ้าเย็นให้กำลังใจ รวมถึงหอบลูกจูงหลานไปร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันทั่วไป ซึ่งสอดคล้องต้องกันกับผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจากสำนักสำรวจโพลต่างๆ ที่พบว่ามากถึงกว่าร้อยละ 80 เห็นด้วยกับการปฏิวัติในครั้งนี้

และที่งดงามมากอย่างยิ่งคือ เป็นการปฏิวัติที่เรียบร้อย ไม่มีการปะทะและเสียเลือดเสียเนื้อแต่ประการใด

ผู้เขียนเป็นผู้หนึ่งที่สื่อมวลชนไต่ถามถึงความรู้สึกต่อการปฏิวัติในครั้งนี้ ซึ่งตอบไปว่า "เป็นการปฏิวัติที่มาได้ในจังหวะอันพอเหมาะพอควร เพราะมีผลต่อการแก้ไขปัญหาหลายต่อหลายเรื่องที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน คือ

หนึ่ง การแตกแยกของประชาชนเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจนและมีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงเข้าปะทะกัน การเข้ามาจัดการโดยคณะปฏิรูปการปกครองฯ ที่เป็นเสมือนคนกลางจะยุติปัญหาสองฝ่ายลงได้

สอง ความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดอื่นๆ ที่กำลังถูกคุกคามเพิ่มขึ้น ย่อมต้องการความเป็นเอกภาพที่ชัดเจนในการป้องกันและแก้ไขปัญหา มากกว่าให้ฝ่ายการเมืองที่มากด้วยผลประโยชน์เข้าแก้ไข ดังที่เคยทำผิดพลาดมาแล้ว

สาม การทุจริตคอร์รัปชั่นและการเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง ซึ่งค้างคาใจประชาชนจำนวนมากว่าทำไมจัดการไม่ได้สักที เช่น กรณีการขายหุ้นไม่เสียภาษี การขายสมบัติของชาติ การทุจริตเกี่ยวกับสนามบินสุวรรณภูมิ รายได้จากหวยบนดินที่ไม่ทราบว่านำไปใช้จ่ายอะไรบ้าง ฯลฯ

การปฏิวัติครั้งนี้จึงเป็นช่องทางหนึ่งในตรวจสอบติดตามเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่และโปร่งใส

มาถึงวันนี้ วันที่ลงมือพิมพ์ต้นฉบับ (23 กันยายน 2549) ได้ส่งสัญญาณหลายประการที่เป็นความงดงามของการปฏิวัติในครั้งนี้

ตั้งแต่คำมั่นสัญญาของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่เน้นชัดเจนว่าจะมีรัฐบาลโดยเร็วในสองสัปดาห์ ซึ่งก็เชื่อว่าเมื่อประกาศออกมาแล้ว สังคมจะชื่นชม ไม่ยี้อย่างแน่นอน

อีกทั้งยังได้เห็นรูปธรรมการดำเนินงานที่น่าสนใจและควรให้การสนับสนุนยิ่ง 2 ประการดังนี้

หนึ่ง...แต่งตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดที่ผ่านการลงมติของวุฒิสภา เพื่อให้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ยังค้างคาอยู่ แต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อจัดการกับบรรดาผู้ทุจริตและคดโกงอย่างเร่งด่วนรวมทั้งให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินให้ทำหน้าที่สืบสาวการทุจริตต่อไปได้

สอง...แต่งตั้งผู้รู้และผู้มากประสบการณ์ทางกฎหมาย ได้แก่ ท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ อ.วิษณุ เครืองาม อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และคณบดีนิติศาสตร์จากหลายมหาวิทยาลัย รวมกับผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวขึ้นบังคับใช้ รวมทั้งกำหนดกรอบการมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จลงภายในแปดเดือน ซึ่งผมเห็นว่าชัดเจนทั้งวิธีการ ขั้นตอน และช่วงเวลา

เขียนมาด้วยความชื่นชมและเชื่อมั่นว่ากระบวนการดังกล่าวจะนำไปสู่ความสมานฉันท์ของคนในชาติ และจะมีการเลือกตั้งที่โปร่งใสชอบธรรมในเร็ววัน

ที่มา: http://www.matichon.co.th/news_relate/news.php?tag950=01act03260949&paper=mctb

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Sun Oct 01, 2006 4:22 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ประกาศ
คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ฉบับที่ 30
เรื่อง การตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ
---------------



ตามที่ได้มีประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขฉบับที่ 23 เรื่องการตรวจสอบทรัพย์สิน ลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2549 นั้น โดยที่เป็นการสมควรให้มีการปรับปรุงการดำเนินการตรวจสอบ เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบ มีอำนาจการตรวจสอบการกระทำผิด ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐกว้างขวางขึ้น คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงมีประกาศดังต่อไปนี้

ข้อ. 1 ให้ยกเลิกประกาศ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 23 เรื่องการตรวจสอบทรัพย์สิน ลงวันที่ 24 กันยายน พุทธศักราช 2549


ข้อ.2 ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบคณะหนึ่งประกอบด้วย

1.นายกล้านรงค์ จันทิก เป็นกรรมการ

2.นายแก้วสรร อติโพธิ OSK83 เป็นกรรมการ

3.คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา เป็นกรรมการ

4.นายจิรนิติ หะวานนท์ เป็นกรรมการ

5.นายนาม ยิ้มแย้ม เป็นกรรมการ

6.นายบรรเจิด สิงคะเนติ เป็นกรรมการ

7.นายวิโรจน์ เลาหะพันธ์ เป็นกรรมการ

8.นายสวัสดิ์ โชติพานิช เป็นกรรมการ [ลาออกแล้ว]

9.นายสัก กอแสงเรือง เป็นกรรมการ

10.นางเสาวนีย์ อัศวโรจน์ เป็นกรรมการ

11.นายอุดม เฟื่องฟุ้ง เป็นกรรมการ

12.นายอำนวย ธันธรา เป็นกรรมการ

ในกรณีที่กฎหมายห้ามมิให้บุคคลใดดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการหรือห้ามการปฏิบัติหน้าที่อื่นในการดำรงตำแหน่ง มิให้นำกฎหมายนั้นมาใช้บังคับ ในการได้รับแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการตรวจสอบ
ให้กรรมการตรวจสอบวรรคหนึ่ง เลือกกรรมการด้วยกันเองคนหนึ่ง เป็นประธานกรรมการ และมีอำนาจแต่งตั้งเลขานุการหนึ่งคน และผู้ช่วยเลขานุการตามความจำเป็น
ในกรณีที่มีกรรมการว่างลงให้กรรมการที่เหลืออยู่ทำหน้าที่ต่อไปได้แต่ต้องมีกรรมการเหลืออยู่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และให้คณะรัฐมนตรี มีอำนาจแต่งตั้งผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ แทนกรรมการที่ว่างลง

ข้อ.3 ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการตรวจสอบ และปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบมอบหมาย
ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ร่วมมือดำเนินการตามที่คณะกรรมการร้องขอ รวมทั้งสนับสนุนข้อมูล บุคลากร หรือการอื่นใด เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ
ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีดำเนินการหาสถานที่ทำการให้คณะกรรมการตรวจสอบตามความเหมาะสม และในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบร้องขอ ให้คณะรัฐมนตรี มีอำนาจสั่งการให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐมาช่วยปฏิบัติงานที่คณะกรรมการตรวจสอบกำหนดได้

ข้อ.4 ให้สำนักงานงบประมาณ จัดสรรงบประมาณให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยเจียดจ่ายเงินจากที่เหลือจ่ายของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของคณะกรรมการตรวจสอบ ในกรณีที่ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ให้คณะรัฐมนตรีสนับสนุนงบประมาณตามที่จำเป็น
ค่าตอบแทน หรือค่าใช้จ่ายอื่นใด ในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการตรวจสอบ และค่าตอบแทนหรือค่าใช้จ่ายอื่นใด ของเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงานให้คณะกรรมการตรวจสอบ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการตรวจสอบกำหนด โดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรี

ข้อ.5 ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
1.ตรวจสอบการดำเนินงานหรือโครงการซึ่งได้รับอนุมัติหรือเห็นชอบโดยบุคคลในคณะรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง โดยผลของการปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า เป็นไปโดยทุจริต หรือประพฤติมิชอบ
2.ตรวจสอบสัญญาสัญญาสัมปทาน หรือการจัดซื้อ จัดจ้าง ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า จะมีการกระทำที่เอื้อประโยชน์ต่อเอกชนโดยมิชอบ หรือมีการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย หรือมีการกระทำที่ทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
3.ตรวจสอบการปฏิบัติราชการใดๆ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่มีเหตุอันควรสงสัย ว่าจะมีการดำเนินการที่มิชอบด้วยกฎหมาย หรือมีการกระทำที่ทุจริต หรือประพฤติมิชอบ
4.ตรวจสอบการกระทำใดๆของบุคคลที่เห็นว่าเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือหลีกเลี่ยงกฎหมาย ว่าด้วยภาษีอากรอันเป็นการกระทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ
ในกรณีที่เห็นว่า การดำเนินการในเรื่องที่ตรวจสอบ มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีการกระทำทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือมีพฤติการณ์ว่า มีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการทุจริต หรือประพฤติมิชอบ หรือร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจสั่งยึด หรืออายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องของผู้นั้น คู่สมรส และบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้นั้นไว้ก่อนได้
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามประกาศนี้นอกจากอำนาจตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจตามกฎหมายดังต่อไปนี้ด้วย
(1) พระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ. 2542 โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบใช้อำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและคณะกรรมการธุรกรรม
(2) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2542 โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบใช้อำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(3) ประมวลรัษฎากรโดยให้คณะกรรมการตรวจสอบ ใช้อำนาจของอธิบดีกรมสรรพากร เฉพาะที่เกี่ยวกับการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สิน
ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งวรรคสอง และวรรคสาม คณะกรรมการตรวจสอบ มีอำนาจพิจารณาเรื่องใดๆ ที่เห็นควรตรวจสอบ เรื่องที่มีผู้เสนอข้อมูล หรือเรื่องที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานอื่นใด และให้มีอำนาจเรียกสำนวน หรือเรื่องที่อยู่ในการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐ หรือเรียกสำนวนการสอบสวน หรือ การตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน มาพิจารณา และให้ใช้เป็นสำนวนการตรวจสอบ ของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยจะสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ ก็ได้ ในกรณีที่มีเรื่องเดียวกันอยู่ในการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือคณะกรรมการธุรกรรม ให้ประสานงานเพื่อดำเนินการตามควรแก่กรณี

ข้อ 6 ให้คณะกรรมการตรวจสอบแจ้งรายชื่อบุคคลตามข้อ5 แก่สถาบันการเงินสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมที่ดิน กรมสรรพากร และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง และผู้ครอบครองทรัพย์สิน หรือเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้นั้น เพื่อให้หน่วยงาน หรือบุคคลนั้น แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สิน และการเสียภาษีอากร ตลอดจนการทำธุรกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับบุคคลตามข้อ 5 คู่สมรสและบุตร ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้นั้นให้คณะกรรมการตรวจสอบทราบ ภายในเวลาและตามวิธีการที่คณะกรรมการตรวจสอบกำหนด
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่งให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มีอำนาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์ ส่งข้อมูลและเอกสาร ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อแจ้งต่อคณะกรรมการตรวจสอบได้
มิให้นำบทบัญญัติของกฎหมายที่ห้ามมิให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง มาใช้บังคับกับการแจ้งข้อมูลตามวรรคหนึ่ง

ข้อ 7 ในกรณีที่บุคคลซึ่งถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามข้อ 5 ไม่แจ้งข้อมูลตามข้อ6 หรือไม่ส่งมอบทรัพย์สินที่ถูกยึดยักย้าย จำหน่าย หรือจ่ายโอนทรัพย์สินที่ถูกอายัด ให้ถือว่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่ชอบและเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการร่ำรวยผิดปกติ หรือเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ในกรณีที่หน่วยงานหรือบุคคลตามข้อ6 ไม่ดำเนินการตามที่คณะกรรมการตรวจสอบกำหนดตามข้อ6 หากมีกรณีเกิดความเสียหายขึ้นจากการที่ไม่ดำเนินการนั้นให้หน่วยงานหรือบุคคลดังกล่าว รับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น

ข้อ 8 บรรดาทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัดตามข้อ5 ถ้าเจ้าของทรัพย์สิน พิสูจน์ต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ภายในเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบกำหนดได้ว่า ตนเป็นเจ้าของที่แท้จริง และทรัพย์สินนั้นมิใช่ทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด หรือมิได้เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือมิได้เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจสั่งเพิกถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้น

ข้อ 9 ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบมีมติว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือบุคคลใดกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือทุจริตต่อหน้าที่ หรือร่ำรวยผิดปกติ ให้ส่งรายงาน เอกสาร หลักฐาน พร้อมทั้งความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อให้อัยการสูงสุดดำเนินการต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 โดยให้ถือว่ามติของคณะกรรมการตรวจสอบเป็นมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในกรณีที่อัยการสูงสุดมีความเห็นแตกต่าง แต่คณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นยืนยันความเห็นเดิม ให้คณะกรรมการตรวจสอบ มีอำนาจดำเนินการให้มีการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือศาลที่เขตอำนาจพิจารณาคดี แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบมีมติว่าบุคคลใดทำผิดกฎหมายและไม่อยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ให้คณะกรรมการตรวจสอบส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานนั้นต่อไป โดยถือผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบ เป็นการสอบสวนตามกฎหมายนั้น

ข้อ 10.ในการปฏิบัติหน้าที่ตามประกาศนี้ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อปฏิบัติการตามที่มอบหมายได้

ข้อ 11.ให้คณะกรรมการตรวจสอบดำเนินการตามประกาศนี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ
เมื่อครบกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งและการตรวจสอบหรือสอบสวนเรื่องใดยังไม่แล้วเสร็จ ให้คณะกรรมการตรวจสอบ ส่งมอบสำนวนคืนให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตน แล้วแต่กรณี

ข้อ.12. การแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 23 เรื่องการตรวจสอบทรัพย์สิน ลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2549 โดยประกาศฉบับนี้ ไม่กระทบกระเทือนการกระทำใดๆ ที่คณะกรรมการตรวจสอบได้กระทำไป ก่อนที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ

ประกาศ ณ วันที่ 30 กันยายนพุทธศักราช 2549


ลงชื่อ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน
หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

.................................................................................

'สัก'ชี้'สวัสดิ์'ลาออกไม่กระทบงาน คตส.

1 ตุลาคม 2549 17:00 น.
"สัก กอแสงเรือง" เผย"สวัสดิ์ โชติพานิช" ย่นใบลาออกจากคกก.ตรวจสอบทรัพย์สินฯ แล้ว แต่ไม่มีผลกระทบต่อการทำงาน เพราะคำสั่งให้ทางออกไว้แล้ว ลั่นสอบหุ้นชินคอร์ปฯ ได้
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายสัก กอแสงเรือง กล่าวถึงกระแสข่าวการลาออกจากของนายสวัสดิ์ โชติพานิช ว่า พล.อ.สนธิ ได้แจ้งให้คณะกรรมการ คตส.ได้ทราบเมื่อช่วงเช้าว่านายสวัสดิ์ ได้ลาออกจากการเป็นคณะกรรมการการคตส.แล้ว แต่ตนไม่ทราบสาเหตุของการลาออก

นายสัก กล่าวว่า แม้นายสวัสดิ์ จะลาออกก็ไม่มีปัญหา เพราะตามประกาศของคปค.ฉบับที่ 30 เรื่องการตรวจสอบทรัพย์สิน ตรวจสอบการดำเนินงานและโครงการต่างๆที่ได้รับการอนุมัติหรือเห็นชอบโดยคณะรัฐมนตรีนั้น มีทางออกไว้ให้ อยู่ในข้อที่ 2 ของประกาศคือ กรณีที่กรรมการว่างลง ให้ครม.เป็นผู้คัดสรร แต่หากตำแหน่งที่ว่างลงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ทางคตส.สามารถดำเนินการแทนได้ ไม่ต้องสรรหา

ซึ่งขณะนี้เนื่องจากว่างลงเพียงแต่หนึ่งตำแหน่ง จึงไม่ต้องดำเนินการอะไร และคณะกรรมการสามารถตรวจสอบเชิงลึกต่อไปได้ ไม่ว่าเรื่องของสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง สัปทานที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ รวมไปถึงการหลีกเลี่ยงกฎหมายว่าด้วยภาษีอาการอันเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ เราก็สามารถเข้าไปตรวจสอบได้เลย

โดยเฉพาะเรื่องที่มีเหตุอันเชื่อได้ว่ามีการกระทำทุจริต เราก็สามารถสั่งอายัดทรัพย์ได้ เพียงแค่มีหลักฐานอันเชื่อได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นก็สามารถอายัดได้ทันที ถือว่าประกาศฉบับที่ 30 ให้อำนาจอย่างครอบคลุม

เมื่อถามว่ากรอบอำนาจของคตส.สามารถตรวจสอบการซื้อขายหุ้นชินกับเทมาเส็กได้หรือไม่ นายสักกล่าวว่า หากดูอำนาจโดยรวมแล้ว กรณีนี้คตส.สามารถเข้าไปตรวจสอบได้เลย ส่วนจะพิจารณาตรวจสอบเรื่องใดก่อนนั้นจะหารือกันอีกครั้งในวันพรุงนี้เวลา 13.30 น.

ที่มา:
http://www.bangkokbiznews.com/2006/10/01/c001_142272.php?news_id=142272
http://w3.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9490000120342

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Mon Oct 02, 2006 2:51 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ทุนการเมืองทิ้งหุ้นหนียึดทรัพย์
2 ตุลาคม 2549 08:17 น.

ฉุดราคาร่วงยกตระกูล "บีเอ็นที-ไออีซี-เจนเนอรัล" สัปดาห์เดียวรูด 40% ส่วน "วินโคสท์-เอ็มลิ้งค์" วูบ 20%

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : กลุ่มทุนรัฐบาลชุดเก่าและเครือญาติทักษิณ ชินวัตร แห่ขายหุ้นทิ้งหวั่นถูกตรวจสอบยึดทรัพย์ ขอถือเงินสดไว้ก่อน พบสั่งขายผ่านโบรกเกอร์ตัวเอง ฉุดราคาหุ้นร่วงระนาว โบรกเกอร์ คาดกลุ่มพายัพ ชินวัตร ส่งนอมีนีเทขาย "บีเอ็นที-ไออีซี-เจนเนอรัล" สัปดาห์เดียวราคารูดเกือบ 40% ขณะที่ตระกูลวงศ์สวัสดิ์ ร่วงทั้งกลุ่ม "วินโคสท์-เอ็มลิ้งค์" วูบกว่า 20%

ด้าน "พายัพ" ยอมรับขายหุ้นออกทั้งหมด ยันเป็นเรื่องปกติ การเมืองไม่แน่นอน ไม่กล้าลงทุน แหล่งข่าวโบรกเกอร์เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มทุนการเมืองที่เป็นรัฐบาลชุดเดิมได้เริ่มทยอยขายหุ้นที่ถืออยู่ออกมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่คณะปฏิรูปการปกคอรองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากัษตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ได้ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน (คตส.) ทำให้ทุนการเมืองเกรงว่าจะถูกยึดทรัพย์ จึงขายหุ้นเพื่อถือเงินสดไว้ก่อน แหล่งข่าวกล่าวว่า กลุ่มทุนการเมืองได้ส่งคำสั่งขายผ่านโบรกเกอร์ที่ตัวเองหรือกลุ่มเครือญาติถือหุ้น ขณะเดียวกันนักลงทุนที่ถือหุ้นที่โยงการเมือง หรือเข้าข่ายจะเป็นหุ้นที่นักการเมืองเข้าไปลงทุน ก็พากันเทขายผสมโรง เพราะเกรงว่าจะได้รับผลกระทบ ทำให้ราคาหุ้นในกลุ่มทุนการเมืองของรัฐบาลชุดเดิมที่ถูกขายออกมาลดลงอย่างหนัก "เท่าที่คุยกับลูกค้ากลุ่มทุนการเมืองได้เริ่มเทขายออกมา ตั้งแต่ช่วงวันแรก หลังจากที่ คปค. ประกาศยึดอำนาจ และมีแรงขายมากขึ้นหลังจากที่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ซึ่งกลุ่มทุนการเมือง กลัวว่าจะถูกยึดทรัพย์เลยพากันเทขาย และจะเห็นว่าส่วนใหญ่ โบรกเกอร์ที่ขายหุ้นจะเป็นโบรกเกอร์ที่มีผู้ถือหุ้นเป็นเครือญาตินักการเมือง ได้แก่ บล.ฟินันซ่า มีกลุ่มนายนิพัท พุกณะสุต เป็นผู้ถือหุ้น บล.ซีมิโก้ มีกลุ่มพรรคไทยรักไทย ถือหุ้นอยู่ บล.ไอวีโกลบอล มีกลุ่มนายวิชัย ทองแตง ถือหุ้น บล.บีฟิท บล.บัวหลวง บล.เอเชียพลัส มีนายทวีฉัตร จุฬางกูร หลานชายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ถือหุ้น" แหล่งข่าวกล่าว

สำหรับหุ้นที่ถูกแรงเทขายอย่างหนักเป็นหุ้นของกลุ่มตระกูลชินวัตร โดยเฉพาะหุ้นของนายพายัพ ชินวัตร น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหุ้นกลุ่มนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวอดีตนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้หุ้นบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย (ทีพีไอ) ได้รับผลกระทบด้วย เพราะมีนักการเมืองที่ร่วมถือหุ้นอยู่ด้วยและในสัดส่วนที่ไม่สูง อย่างไรก็ตาม ได้แนะนำนักลงทุนให้หลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมือง นักวิเคราะห์

บล.เกียรตินาคิน กล่าวว่า กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ปรับตัวลงแรง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากข่าวการตรวจสอบ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับหุ้นรับเหมาก่อสร้างในสนามบินสุวรรณภูมิ นอกจากนี้หุ้นกลุ่มการเมืองจะเป็นกลุ่มที่มีการปรับตัวลงแรง และฟื้นตัวยาก เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่นิ่งพอ กลยุทธ์การลงทุนให้หลีกเลี่ยงหุ้นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง และการตรวจสอบ เพราะจะถูกข่าวการตรวจสอบกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 21-27 กันยายนที่ผ่านมา หุ้นที่ปรับตัวมากที่สุดในตลาดหุ้นไทย คือหุ้นบริษัท เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง ร่วงจาก 1.50 บาท ลดลงมาอยู่ที่ 0.89 บาท ลดลง 40.67% รองลงมาเป็นหุ้นบริษัท บีเอ็นที เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จากราคา 0.45 บาท ลดลงมาอยู่ที่ 0.31 บาท คิดเป็น 31.11% หุ้นบริษัทวิน โคสท์ อินดัสเตรียล จากราคา 1.87 บาท ลดลงมาอยู่ที่ 1.36 บาท ลดลง 27.27% หุ้น อสมท จากราคา 40 บาท เหลือ 29.50 บาท ลดลง 26.25% หุ้นบริษัท ไมด้า ลิสซิ่ง จากราคา 1.99 บาท เหลือ 1.47 บาท ลดลง 26.13% หุ้นเอสซีแอสเซท จากราคา 11 บาทเหลือ 8.20 บาท ลดลง 25.45% หุ้นบริษัท เอ็ม ลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จาก 2.36 บาทเหลือ 1.78 บาท หุ้นบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จาก 9.05 บาทเหลือ 6.95 บาท ลดลง 23.20% หุ้นบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จากราคา 6.30 บาท เหลือ 4.90 บาท คิดเป็น 22.20% หุ้นบริษัท ยงไทย จากราคา 11.50 บาท เหลือ 9 บาท ลดลง 21.74% หุ้นดีอีแคปปิตอล จากราคา 1.18 บาท เหลือ 0.93 บาท คิดเป็น 21.9% และ หุ้นบริษัทอินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง (ไออีซี) จากราคา 2.22 บาทเหลือ 1.77 บาท ลดลง 20.27%

ด้านนายพายัพ ชินวัตร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคไทยรักไทย กล่าวว่า การที่กลุ่มทุนการเมืองขายหุ้นออกมาเป็นเรื่องปกติ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติและมีความไม่แน่นอนสูง ก็ต้องขายหุ้นเหมือนนักลงทุนทั่วไป เพราะต้องการถือเงินสดไว้ก่อน อย่างไรก็ตามการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันยังไม่น่าสนใจ เนื่องจากนโยบายทางการเมืองไม่ชัดเจน และคณะปฏิรูปฯ ไม่มีนโยบายที่ชัดเจนกับตลาดหุ้น ซึ่งถ้ามีนโยบายออกมาจะเป็นผลดี อย่างน้อยก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศกลับเข้ามาลงทุน "ตอนนี้โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่ากลัวไปหมด ไม่มีใครกล้าลงทุน ซึ่งคงเหมือนกับนักลงทุนทั่วไป ภาพการเมือง ทำให้ตลาดไม่ไปไหน ซึ่งทางการน่าจะมีนโยบายกับตลาดหุ้นว่าจะมีบทบาทอย่างไร ไม่ใช่ว่าให้กองทุนเข้าไปลงทุนซื้อหุ้นปตท.ตัวเดียว หวังดันให้ดัชนีปรับตัวขึ้นเท่านั้น แต่ควรทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ" นายพายัพ กล่าว

สำหรับการควบคุมดูแลการปั่นหุ้น ก็ควรดำเนินการให้จริงจัง และแยกให้ออกว่าหุ้นตัวไหนเป็นหุ้นปั่นจริงๆ ไม่ใช้ว่าเหมารวมกันทั้งหมด

อย่างไรก็ตามการลงทุนโดยส่วนตัว ตอนนี้ไม่ได้เข้าไปลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง ส่วนมีการอ้างถึงการใช้ตัวแทนเข้าไปถือหุ้น (นอมินี) นั้น คาดว่าคงเป็นการนำชื่อตัวเองไปอ้างถึง ซึ่งจริงๆ แล้วคนที่รู้จักในสังคมมีจำนวนมาก แต่เชื่อว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ปฏิรูปทางการเมืองแล้ว ไม่น่าจะมีใครกล้านำชื่อไปแอบอ้าง

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com/2006/10/02/f001_142331.php?news_id=142331

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Tue Oct 03, 2006 1:34 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

คณะกรรมการยึดทรัพย์คึกคัก เลือก'นาม ยิ้มแย้ม'นั่งประธาน
2 ตุลาคม 2549 16:26 น.

(Update)คตส.พร้อมหน้า ร่วมประชุมคึกคัก กำหนดกรอบการทำงาน เลือก'นาม ยิ้มแย้ม' เป็นประธาน

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน (คตส.) ตามประกาศคปค.ฉบับที่ 30 ได้เดินทางมายังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินอย่างพร้อมเพียง เพื่อเข้าร่วมประชุมวางกรอบการทำงาน พร้อมทั้งคัดเลือกประธาน คณะกรรมการคตส. พร้อมด้วยเลขานุการฯของคณะกรรมการชุดนี้

นายแก้วสรร อติโพธิ กรรมการคตส. ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมว่า วันนี้จะมีการร่วมประชุมหารือถึงกรอบอำนาจของคตส.และจะมีการตั้งประธาน เลขาธิการคตส.ด้วย

ส่วนเรื่องกรอบอำนาจของคณะกรรมการคตส.เท่าที่ตนได้ศึกษากรอบอำนาจคตส.มาบ้างแล้ว คาดว่าจะสามารถพิจารณาได้ครอบคลุมทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัญญาจ้าง เรื่องภาษี การทุจริต และการปฏิบัติราชการของรัฐบาลชุดทักษิณ 2

อย่างไรก็ตามทุกเรื่องที่คตส.ดำเนินการตรวจสอบก็ต้องส่งเรื่องถึงศาล ดังนั้นจึงต้องมีพยานหลักฐาน ที่ชัดเจนและแน่นหนาพอสมควร คตส.จะใช้อำนาจตามใจตัวเองไม่ได้ต้องใช้กรอบอำนาจทางกฎหมายด้วย อย่างเช่น ป.ป.ช. หรือ ปปง.ก็มีกรอบอำนาจของเขาเองตามกฎหมายก็สามารถดำเนินการตัดสินได้เลย แต่คตส.ต้องส่งเรื่องไปยังศาลอีกครั้ง


เมื่อถามว่าทางคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าฯสตง.จะนำเรื่องการร้องเรียนมายังคตส.หรือไม่ นายแก้วสรร กล่าวว่า ในเรื่องความผิดที่สตง.พิจารณาอยู่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการเงิน หากไม่เข้าข่ายการทุจริตคงไม่เกี่ยวกับคตส. เนื่องจากอำนาจของคตส.คือการตรวจสอบการทุจริต หากพบว่ามีการทุจริตคตส.สามารถดำเนินการได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของสตง.ว่าจะส่งเรื่องมายังคตส.หรือไม่


เมื่อถามว่าจำเป็นหรือไม่ที่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการเพิ่มหลังจากที่นายสวัสดิ์ โชติพานิชลาอออกไป นายแก้วสรรกล่าวว่า โดยส่วนตัวคิดว่าไม่จำเป็น เนื่องจากยังอยู่ในกรอบของประกาศว่าหากลาออกไม่ถึงกึ่งหนึ่งสามารถดำเนินการต่อไปได้ จึงคิดว่าทั้ง 11 คนสามารถทำงานต่อไปได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรีที่ต้องพิจารณาว่าจะเพิ่มหรือไม่


นายกล้าณรงค์ จันทิก กรรมการ คตส. กล่าวว่า ขณะนี้กรอบในการตรวจสอบยังไม่ชัดเจน ต้องมีการหารือกับคณะกรรมการก่อน ส่วนที่ตนดำรงตำแหน่งเป็น ป.ป.ช.ด้วยนั้นตนจะพยายามแบ่งงานให้ดี ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็รู้อยู่ว่าตนทำงานทั้ง 2 ตำแหน่งก็เข้าใจ และตนคงต้องทำงานหนักถึง 7 วัน

ด้านนายนาม ยิ้มแย้ม กรรมการ คตส. กล่าวว่า ตนพร้อมที่จะทำงานตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยยึดหลักกฎหมาย พร้อมทั้งไม่มีอะไรกังวล

ล่าสุด ในช่วงบ่าย คณะกรรมการมีมติเอกฉันท์เลือก "นาม ยิ้มแย้ม" เป็นประธานคณะกรรมการ ซึ่งยืนยันจะยึดกฎหมายและความถูกต้องเป็นเกณฑ์

'นาม'มั่นใจหลักฐานยุบทรท.ชี้ชิงลาออกก็ไม่พ้นผิด
2 ตุลาคม 2549 19:47 น.

"นาม ยิ้มแย้ม" ชี้ประกาศคปค.ฉบับที่ 27 ระบุพรรคที่ถูกยุบพรรค กรรมการบริหารพรรคต้องเว้นวรรคทางการเมือง 5ปี ชี้ชิงลากออกก็ไม่พ้นผิด เพราะความผิดเกิดขึ้นแล้ว
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายนาม ยิ้มแย้ม อดีตประธานอนุกรรมการตรวจสอบการจ้างพรรคการเมืองลงสมัครลงเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณี แกนนำพรรคไทยรักไทยทยอยลาออก เพื่อหนีประกาศฉบับที่ 27 ที่ระบุว่าพรรคการเมืองที่ถูกยุบพรรค กรรมการบริหารพรรคต้องเว้นวรรคทางการเมือง 5ปี

โดยเขาระบุว่า จากที่ตนทำคดีนี้มั่นใจว่าคดีมีมูลจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา โดยมีการสอบสวนพยานทั้งสิ้นถึง 50 ปาก และระหว่างการสอบสวนตนเคยเรียกผู้บริหารพรรคไทยรักไทยมาชี้แจงแล้วแต่ไม่มีใครมายอมมาชี้แจง

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยหลายคนทยอยลาออกจากพรรคเพื่อหลบเลี่ยงความผิด แต่อยากบอกว่าการลาออกไม่เกี่ยวเพราะความผิดได้เกิดขึ้นแล้ว แม้จะลาออก ถ้าถูกยุบพรรคก็ถูกดำเนินการอยู่ดี เพราะกฎหมายเขียนไว้ชัดเจน

ทรท.แตกแกนนำลาออกหนียุบพรรคเพิกถอนสิทธิ

ทรท.แตก แกนนำ-หัวหน้ามุ้งผวายุบพรรค-เว้นวรรค 5 ปี หอบ ส.ส.กว่า 100 ยื่นหนังสือลาออก ก่อนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดี จ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้ง เผยเตรียมตั้งพรรคใหม่ ชู "สมคิด" หัวหน้าพรรค กลุ่มชลบุรีซบอกบรรหาร

พรรคไทยรักไทยใกล้ล่มสลายลงแล้ว ภายหลังสมาชิกพรรคต่างพากันยื่นใบลาออก โดยเฉพาะกลุ่มวังน้ำยม ที่นำโดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดของพรรค โดยต่างระบุว่า ไม่ต้องการที่จะเว้นวรรคทางการเมืองหลังจากมีแนวโน้มว่าพรรคไทยรักไทยอาจถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มวังน้ำยม ได้เรียกสมาชิกกลุ่มวังน้ำยมกว่า 50 คน เข้าหารือที่บ้านสนามบินน้ำ เพื่อเช็คยอดสมาชิกในกลุ่มและเตรียมยื่นใบลาออก ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย โดยใครที่อยู่ต่างประเทศก็ให้ส่งหนังสือมาแทน

การประชุมที่บ้านสนามบินน้ำของนายสมศักดิ์ครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อเย็นวันที่ 1 ตุลาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจและนายสมศักดิ์ร่วมกันหารือถึงสถานการณ์ของพรรค ภายหลังคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ได้ออกประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ 30 กันยายนว่า หากมีคำสั่งยุบพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคจะถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี

อย่างไรก็ดี การพิจารณาสั่งยุบพรรคนั้น เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถูกสั่งยุบไปแล้วโดยอำนาจของ คปค. แต่ล่าสุดนั้น เกิดความเคลื่อนไหวที่เป็นรูปธรรมจากศาลฎีกาที่เตรียมเลือก 5 ผู้พิพากษาศาลฎีกาไปเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 6 ตุลาคมนี้ ส่วนศาลปกครองสูงสุดก็พร้อมที่จะส่งบุคคลไปรับตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วยเช่นกัน

มีแนวโน้มว่าเรื่องเร่งด่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะดำเนินการวินิจฉัยคือ เรื่องยุบพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค คือ พรรคไทยรักไทยจ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง ส่วนพรรคประชาธิปัตย์นั้นถูกร้องเรียนว่า เรียกร้องนายกรัฐมนตรีโดยผ่านรัฐธรรมนูญมาตรา 7 และถกกล่าวหาว่าล้มล้างรัฐธรรมนูญ

นายชูชัย มุ่งเจริญพร อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคไทยรักไทย สมาชิกกลุ่มวังน้ำยม ให้สัมภาษณ์ "คม ชัด ลึก" ถึงข่าว ส.ส.กลุ่มวังน้ำยมยืนยันว่ากลุ่มเตรียมยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคไทยรักไทยจริง และไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มวังน้ำยม แต่ยังรวมทั้งกลุ่มอื่นๆ ในพรรคด้วย

"เบื้องต้นสมาชิกกลุ่มได้ยื่นหนังสือลาออกมาประมาณ 30 คน ได้แก่ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ท่านสุชาติ ตันเจริญ หัวหน้ากลุ่มบ้านริมน้ำ ท่านสรอรรถ กลิ่นประทุม รองหัวหน้าพรรค ท่านสนธยา คุณปลื้ม รองหัวหน้าพรรค หัวหน้ากลุ่มชลบุรี โดยจะให้เจ้าหน้าที่ไปยื่นให้ ณ ที่ทำการพรรค" นายชูชัย กล่าว

นายชูชัย กล่าวว่า สาเหตุของการยื่นหนังสือลาออกครั้งนี้ เพราะทุกคนต้องการให้การเมืองมีความชัดเจน ไม่อึมครึมเหมือนที่ผ่านมา และที่สำคัญต้องการให้เกิดความสมานฉันท์ของคนในชาติ และต้องการลดความขัดแย้งของคนในสังคม ทางกลุ่มมีการหารือกันมาหลายสัปดาห์แล้ว

ตั้งพรรคใหม่ชู "สมคิด" หัวหน้าพรรค

แหล่งข่าวในพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า การยื่นหนังสือลาออกครั้งนี้ คาดว่าจะมีจำนวนมากกว่า 100 คน เพราะกลุ่มวังน้ำยมและบ้านริมน้ำมีสมาชิกเกือบ 200 คน ซึ่งจากนี้ไปจะมีสมาชิกลาออกจากพรรคเรื่อยๆ หลังจากมีการให้อำนาจคณะกรรมการตรวจสอบเบ็ดเสร็จ โดยสมาชิกส่วนใหญ่เห็นว่าการตรวจสอบครั้งนี้มุ่งไปที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรค และอดีตรัฐมนตรี ทำให้น่าจะเป็นสาเหตุที่สมาชิกยื่นหนังสือลาออก ประกอบกับกลุ่มที่ยื่นหนังสือลาออกมีการพูดคุยกันก่อน จึงเชื่อว่าน่าจะไปตั้งพรรคใหม่ และเชิญ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มาเป็นหัวหน้าพรรค และการยื่นหนังสือลาออกครั้งนี้น่าจะแสดงว่าแกนนำกลุ่มต่างๆ ได้ไปพูดคุยกับนายสมคิดเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ดี ยังมีบางกลุ่มที่ยังไม่ลาออก โดยเฉพาะกลุ่มวังบัวบานน่าจะยังไม่ยื่นหนังสือลาออกในขณะนี้ โดยเฉพาะอดีต ส.ส.ที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค ไม่ได้รับผลกระทบต่อการที่พรรคจะถูกยุบ จะฟังความเห็นของหัวหน้ากลุ่มก่อน รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ก็ยังชื่นชอบพรรคไทยรักไทย จึงยังไม่เห็นความจำเป็นในการยื่นหนังสือลาออกครั้งนี้

สมศักดิ์ให้เลขาฯ เป็นตัวแทนไปยื่นใบลา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนพร ศรียากูล เลขานุการส่วนตัวนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้เป็นตัวแทนนำหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคไทยรักไทยของ นายสมศักดิ์และสมาชิกของกลุ่มประมาณ 100 คน มายื่นต่อพรรคไทยรักไทย ระหว่างที่นายวีระและคณะกำลังแถลงข่าว ซึ่งนายวีระได้เปิดดูรายละเอียดหนังสือคร่าวๆ และพูดว่า ไม่เป็นไร การเมืองก็อย่างนี้ เดี๋ยวมีงานก็มาร่วมมือกันใหม่ จากนั้นนายธนพรขึ้นตึกไปยื่นหนังสือต่อฝ่ายทะเบียนพรรคไทยรักไทย

นายวีระ มุสิกพงศ์ กรรมการบริหารพรรค พร้อมด้วยนายจตุพร พรหมพันธุ์ รองโฆษกพรรค นายจักรภพ เพ็ญแข อดีต ส.ส.กทม. และนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายวีระกล่าวว่า จุดยืนของพรรคไทยรักไทยยังคงยึดมั่นในความสมานฉันท์ มุ่งหวังให้มีรัฐธรรมนูญ จัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว และพร้อมที่จะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อไป เมื่อสภาวการณ์เปิดช่อง

ส่วนการลาออกของสมาชิกพรรคบางส่วนถือเป็นสิทธิเสรีภาพและดุลพินิจส่วนตัวของสมาชิกเหล่านั้น พรรคจะทำความเข้าใจกับสมาชิกพรรคและประชาชน ผ่านทางอดีต ส.ส.ของพรรคที่ยังคงอยู่กับพรรคต่อไป สำหรับตนและคณะที่มาแถลงข่าวยืนยันว่าจะอยู่กับพรรคต่อไปคือ ไม่มี ไม่หนี ไม่ออก

นายวีระ กล่าวด้วยว่า หากมีการยุบพรรคไทยรักไทยจริง ตนคิดว่า สมาชิกพรรคที่ลาออกไป โดยเฉพาะในตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคคงไม่มีผลใดๆ ในทางกฎหมาย เนื่องจากหากมีการกระทำความผิดแล้ว ก็คงไม่สามารถไปลบล้างได้

จตุพรบอกถ้า ปชต.สมบูรณ์ร่วมงานกันใหม่

นายจตุพร กล่าวว่า ขณะนี้นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายสุชาติ ตันเจริญ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รวมทั้งอดีต ส.ส.กว่า 30 คน ยื่นใบลาออกจากพรรคแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นการจากกันด้วยดี ทุกคนต่างเข้าใจดีว่าวันนี้มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น คิดว่าถ้าวันข้างหน้ามีประชาธิปไตยสมบูรณ์ คงได้ร่วมงานกันอีกครั้ง ส่วนตนและคณะคงจะอยู่กับพรรคไทยรักไทยต่อไปจนกว่าจะไม่มีพรรคให้อยู่

รายงานข่าวแจ้งว่า แกนนำและกรรมการบริหารที่ยื่นใบลาออกแล้วคือนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย และนายวัฒนา เมืองสุข และคาดว่าจะมีแกนนำและกรรมการบริหารพรรคทั้งระดับสูงและสมาชิกพรรคลาออกภายในสัปดาห์นี้อีกเป็นจำนวนมาก อาทิ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายภูมิธรรม เวชยชัย นายพินิจ จารุสมบัติ เป็นต้น

ปิดเวบทรท.-ไล่นักข่าวออกจากพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศพรรคไทยรักไทยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม เป็นไปอย่างเงียบเหงา โดยมีรายงานข่าวด้วยว่าเจ้าหน้าที่พรรคไทยรักไทยได้เชิญผู้สื่อข่าว ช่างภาพ และรถข่าวของสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี สถานีโทรทัศน์ในเครือหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ออกจากพรรคไทยรักไทย

น.ส.สิริพร ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้สื่อข่าวเอเอสทีวี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่มาเชิญตัวอ้างว่าผู้ใหญ่ในพรรคสั่งมาให้เชิญออก โดยที่ไม่ได้แจ้งสาเหตุอื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เวบไซต์พรรคไทยรักไทย ได้แก่ www.thairakthai.or.th และเวบไซต์ www.thaksin.com ได้ปิดตัวไปแล้ว เหลือเพียงเวบไซต์ของแกนนำพรรคไทยรักไทยเพียงคนเดียวที่ยังเปิดอยู่ แต่ก็ไม่มีการอัพเดทข้อมูลใดๆ คือเวบไซต์ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ www.sudarat.com เท่านั้น

สุรนันทน์ก็ออกบอกแจ้งหมอมิ้งแล้ว

ด้านนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เปิดเผยว่า ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกและกรรมการบริหารพรรคแล้ว โดยมีเหตุผลว่าหลังจาก คปค.ได้ยึดอำนาจจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ตนก็มาทบทวนตัวเองถึงการทำงานที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งประสบความสำเร็จ ถูกต้องและผิดพลาด เมื่อการเมืองพลิกผันถึงเวลาที่ต้องพิจารณาปรับปรุงตนเอง รวมถึงพรรคไทยรักไทยด้วยว่าจะกำหนดบทบาททางการเมืองอย่างไรต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ส่วนตัวยังยืนยันว่านโยบายของพรรคไทยรักไทยส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่อสถานการณ์เป็นอย่างนี้ ก็ประเมินได้ยากว่าทิศทางจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะตัดสินใจได้คุยกับผู้ใหญ่ทั้งในและนอกพรรคหลายคน แต่ไม่ขอเปิดเผย ซึ่งในที่สุดผู้ให้คำปรึกษาก็ได้ให้เกียรติตน ไม่ได้ชี้แนะว่าจะต้องทำอย่างไร แต่ตนตัดสินใจเอง และได้คุยกับ น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช แล้ว ซึ่งไม่ได้ว่าอะไร

นายสุรนันทน์ กล่าวด้วยว่า ในอนาคตนั้นยืนยันว่ายังอยากจะทำงานการเมืองต่อไป ส่วนจะเป็นรูปแบบใดขอใช้เวลาช่วงที่มีการปฏิรูปการเมือง 1 ปี รอรัฐธรรมนูญฉบับที่จะใช้ในการเลือกตั้งออกมา แล้วค่อยพิจารณาตัดสินใจว่าจะเดินไปในแนวทางใด ตอนนี้ขอใช้เวลาพักผ่อน อ่านหนังสือและอยู่กับครอบครัวก่อน เพราะตนทำงานการเมืองมาตั้งแต่เป็นโฆษกพรรคมาจนถึงรัฐมนตรี

นายนิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ประกาศฉบับที่ 27 ชัดเจนว่า คปค.มีธงอยู่แล้วว่า ต้องการล้างบางพรรคไทยรักไทยให้สิ้นซาก เพราะกรณีที่มีการยุบพรรคจริง หากเป็นสาระเดิมของกฎหมาย กรรมการบริหารพรรคยังสามารถลงสมัครเลือกตั้งหรือเป็นรัฐมนตรีได้ แต่ในคำสั่งเพิ่มเติมของประกาศที่ 27 ระบุชัดเจนว่า ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมือง 5 ปี กรณีนี้ทำให้กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยตื่นกลัว นำไปสู่การลาออก เพราะกลัวจะมีผลทางการเมืองในอนาคต เท่าที่ทราบข้อมูลเชิงลึกพรรคไทยรักไทยโดนประหารแน่นอนและโดนพรรคเดียว ไม่มีประชาธิปัตย์ ตอนนี้ก็เห็นธงประหารอยู่รำไร

"สนธยา" นำกลุ่มชลฯ ซบอกบรรหาร

ด้านนายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำกลุ่มชลบุรี กล่าวว่า กลุ่มของตนได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกและกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยแล้ว ส่วนจะย้ายไปเป็นสมาชิกพรรคใดนั้น ขณะนี้ขอเวลาตัดสินใจก่อน ตอนนี้ยังใส่เกียร์ว่าง

นายสนธยาอ้างว่า ที่ตัดสินใจลาออกนั้น ไม่มีการบีบหรือส่งสัญญาณใดๆ คิดว่าทุกคนคงตัดสินใจกันเองและน่าจะบังเอิญตรงกันมากกว่า ส่วนอนาคตของกลุ่มนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจ เพราะยังมีเวลาอีกนาน

“เราต้องการให้เกิดความสมานฉันท์ทางการเมือง และต้องการรอความชัดเจนของรัฐธรรมนูญใหม่ จึงยุติทุกอย่างจนกว่าจะเกิดความชัดเจนทางการเมือง ส่วนตัวได้ประชุมหารือกับกลุ่มของนายสุชาติ ตันเจริญ และนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ทุกคนก็ได้ตัดสินใจว่าจะลาออกจากสมาชิกพรรค ซึ่งได้ตัดสินใจไว้ก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญชั่วคราว และมีนายกฯ คนใหม่อย่างเป็นทางการ” นายสนธยา ระบุ

รายงานข่าวแจ้งว่า นายสนธยาพร้อมสมาชิกในกลุ่มจะย้ายกลับไปยังพรรคชาติไทย เนื่องจากที่ผ่านมาการย้ายพรรคของกลุ่มชลบุรีนั้น เนื่องจากเหตุผลส่วนตัวในเรื่องของคดี นายสมชาย คุณปลื้ม บิดาของนายสนธยา แต่ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชลบุรีกับนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยนั้นถือว่าสนิทแนบแน่น โดยในวันเกิดของนายบรรหาร นายสนธยาและกลุ่มก็ยังไปร่วมอวยพรวันเกิด หรือกระทั่งงานวันเกิดพรรคชาติไทย กลุ่มชลบุรีก็ได้ส่งข้าวหลามหนองมนไปร่วมเปิดร้านทุกครั้ง นายสนธยาเองก็เคยบอกว่า หากออกจากพรรคไทยรักไทยก็จะนึกถึงพรรคชาติไทยเป็นพรรคแรก

“อนุทิน” ลั่นไม่ไป-ขอตายกับพรรค

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ไม่รู้จะลาออกจากสมาชิกพรรคไปทำไม เพราะเปรียบเหมือนกับการที่ไปฆ่าคนตายแล้วหนีไปบวชพระ แล้วจะมาบอกว่าเป็นพระแล้วไม่ผิด ไม่ได้เป็นคนธรรมดาแล้ว มันไม่ได้

"ขณะนี้ผมอายุ 38 ปี แล้วได้เป็นรัฐมนตรีก็ถือว่าทำเป็นบันทึกว่าได้เป็นรัฐมนตรีที่อายุน้อย แต่เมื่อพรรคถูกยุบและต้องลงเลือกตั้งไม่ได้ 5 ปี ก็เท่ากับว่าต้องเว้นวรรคไปโดยปริยาย ดังนั้นก็คงไม่เอาแล้วกับการเมือง มันเหมือนเห็นสาวตอนอายุ 46 กับตอนอายุ 25 ที่ความรู้สึกมันไม่เหมือนกัน ความฮึกเหิม กระตือรือร้นมันไม่เหมือนเดิมแล้ว"

นายอนุทิน ย้ำว่า หลังจากนี้ก็คงจะแขวนนวมแล้ว แขวนตอนที่ยังเป็นรัฐมนตรีดีกว่าตอนที่เป็นผู้จัดการบริษัท คนเรารู้จักมาแล้ว ก็ต้องรู้จักเลิกถือว่าดีที่สุด พวกที่รู้จักมาแล้วไม่รู้จักเลิกมันแย่ เวลานี้เราเหมือนลงเรือลำเดียวกันแล้ว แต่จะให้บอกว่าเราดีกว่าเพื่อนที่คิดลาออกตอนนี้ มันก็ไม่ถูกนัก และถ้าใครคิดแบบนั้นตนก็คงไม่คบด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าผ่านไป 5 ปี มีคนมาชวนเล่นการเมืองอีกจะตอบรับหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ส่วนตัวไม่ได้เป็นหัวหน้ามุ้งอะไร พอเวลาผ่านไป 5 ปี คนก็ลืมไปหมดแล้ว ถึงนาทีนั้นมีคนมาชวน ก็คงไม่เล่นแล้ว และถ้ากลับมาเล่นใหม่กฎ กติกา ก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าจะมาให้ถูกด่า ถูกไล่ ฟ้องร้องดำเนินคดีทำไม เวลานี้มีข้าวกินครบ 3 มื้อก็ดีอยู่แล้ว ตอนไปต่างประเทศครั้งสุดท้ายยังสังหรณ์ใจอยู่ว่าจะไปแล้วไปลับ แต่เวลานั้นจะพูดกับใครก็ไม่ได้ เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้ แต่วันนี้ทุกอย่างมันก็ชัดเจนแล้ว

ปชป.ยันไม่มี กก.บห.พรรคลาออก

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่หลังมีประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 ออกมาทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยเตรียมทยอยลาออก เพื่อที่หากมีการพิจารณายุบพรรคจะได้ไม่มีคดีความผิดติดตัวว่า เท่าที่ได้คุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าพรรคไม่มีความจำเป็นจะต้องทำเช่นนั้น กรรมการบริหารพรรคคงไม่มีความประสงค์จะลาออกจากตำแหน่ง เพราะพรรคยังเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมายหรือขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญจึงถึงขั้นต้องถูกยุบพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าหากกรรมการบริหารพรรคลาออกและหากมีการพิจารณายุบพรรคจริงจะทำให้ไม่มีผลทางคดีติดตัวหรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า ก็ยังมีความเห็นเป็นสองด้าน ต้องรอพิจารณาข้อกฎหมาย ซึ่งขณะนี้พรรคไม่สามารถจัดประชุมได้ จึงไม่ได้หารือกัน แต่ก็มีความเห็นเป็นสองแนวทางว่า กรณีหนึ่งการลาออกอาจจะทำได้และไม่มีผล เพราะถือว่าคดียุบพรรคที่เกิดขึ้นในคณะกรรมการบริหารพรรคชุดก่อน แต่อีกด้านก็เห็นว่าไม่สามารถทำได้ เพราะถึงอย่างไรก็มีผลทางคดีติดตัวอยู่ ซึ่งเรื่องนี้พรรคคงต้องดูว่าจะมีความชัดเจนทางกฎหมายอย่างไร ขณะนี้จึงยืนยันได้ว่ายังไม่มีใครคิดลาออกจากพรรค เพราะยังมั่นใจในความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้กระทำอะไรขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ

นายองอาจ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม หากมีการยุบพรรคจริงก็ต้องยอมรับสภาพ และปฏิบัติตามกฎหมาย และคิดว่าคณะกรรมการบริหารพรรค 45 คน คงไม่มีใครที่คิดจะทำเพื่อเอาตัวรอด อีกทั้งพรรคยังมีบุคลากรในพรรคจำนวนมากที่พร้อมทำงาน ส่วนกรณีของพรรคไทยรักไทยที่มีกรรมการบริหารพรรคลาออกนั้น ส่วนหนึ่งคิดว่าเป็นความต้องการที่จะลาออกด้วยส่วนหนึ่งอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่กรณีมีประกาศ คปค.ออกมา

นายวราวุธ ศิลปอาชา รองเลขาธิการพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีความเป็นไปได้ที่อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย ที่ลาออกแล้วจะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทย ว่า ไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไร เพราะยังมีเรื่องคดียุบพรรคค้างอยู่ แต่ส่วนตัวแล้วหากมีใครติดต่อมาอยู่ด้วยก็ต้องบอกว่ายินดี แต่คงจะไม่มีการต่อรองอะไร

ที่มา:
http://www.bangkokbiznews.com/2006/10/02/w001_142424.php?news_id=142424
http://www.bangkokbiznews.com/2006/10/02/w001_142616.php?news_id=142616
http://www.komchadluek.net/2006/10/03/a001_52773.php?news_id=52773

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้

ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถแนบไฟล์หรือภาพประกอบในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์จากกระดานนี้


Powered by phpBB 2.0.8 © 2001, 2002 phpBB Group :: Theme & Graphics by Daz
Ported to the phpBB Nuke module by coldblooded
PHP-Nuke Port by Tom Nitzschner © 2002 www.toms-home.com
ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




All logos and trademarks in this site are property of their respective owner. The comments are property of their posters, all the rest © 2004 by osknetwork.com
ท่านสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับ osknetwork.com ได้โดยใช้ไฟล์ backend.php สำหรับข่าวสารและบทความ forumbackend.php สำหรับกระดานข่าว
or ultramode.txt
Web site engine code is Copyright © 2003 by PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle. All Rights Reserved. PHP-Nuke is Free Software released under the GNU/GPL license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.265 วินาที