| ผู้ส่ง |
ข้อความ |
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 10029
รุ่นทีู่่: 110
|
ตอบ:
Thu Apr 20, 2006 1:09 am |
|
วันที่ 19 เม.ย 2549
"ภาวิช" ฉะ "เด็กซิ่ล" ไม่ควรเรียกร้องเพื่อตัวเองมากเกินไป ชี้ทำรัฐสูญเสียทรัพยากร ด้านเด็กซิ่ลเตรียมบุก ศธ. กดดัน สพฐ. ปรับเกรด 20 เม.ย. นี้ คาดอาจต้องเลื่อนประกาศผลนักเรียนกว่า 1 พันคนที่กระดาษคำตอบมีปัญหาไปหลัง 30 เม.ย.
วันนี้ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กอ.) เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวการตรวจข้อสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต) และแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง(เอเน็ต) รอบที่ 3 ว่า ตนยืนยันว่า คณะทำงานจะตรวจข้อสอบใหม่ทั้งปรนัยและอัตนัยจะเสร็จทันกำหนดประกาศผลในวันที่ 30 เมษายน และมั่นใจ 100 เปอร์เซนต์ว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเหมือนที่ผ่านมาอีกแน่นอน
แต่ปัญหาที่ห่วงมากคือ ความครบถ้วนของกระดาษคำตอบ หากกระดาษคำตอบมีข้อมูลครบถ้วน การตรวจคะแนนก็จะไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งขณะนี้พบว่า มีกระดาษคำตอบกว่า 10,000 แผ่นของนักเรียนประมาณ 1,000 กว่าคนที่มีปัญหาในหลายกรณี อาทิ หาเจ้าของกระดาษคำตอบไม่พบ การซ้ำซ้อนของเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ไม่มีรายชื่ออยู่ในห้องสอบ เป็นต้น โดยปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดคณะทำงานได้เร่งตรวจสอบข้อมูลจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ และติดต่อไปยังโรงเรียนเพื่อตามหานักเรียนซึ่งขณะนี้สามารถติดตามข้อมูลได้แล้วส่วนหนึ่ง ในส่วนที่เหลือหากไม่สามารถทำได้ทันในวันที่ 30 เม.ย. จะประกาศผลคะแนนนักเรียนส่วนใหญ่ไปก่อน นักเรียนที่มีปัญหาที่เหลืออาจจะต้องลงประกาศในหนังสือพิมพ์เพื่อให้เด็กเหล่านี้ติดต่อกลับมายังสกอ. หากต้องประกาศผลล่าช้าออกไปจริงเชื่อว่าไม่น่าจะส่งผลต่อการสมัครแอดมิชชั่นเพราะนักเรียนสามารถสมัครได้วันสุดท้ายได้ถึงวันที่ 7 พฤษภาคม
นายภาวิช กล่าวถึงกรณีนักเรียนที่เรียนในมหาวิทยาลัยแล้วกลับมาสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่อีกครั้งหรือเด็กซิ่ล ที่เรียกร้องให้ปรับเกรดเป็น 8 เกรดตามเกณฑ์ใหม่ ว่า การที่เด็กซิ่ล จะกลับมาสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ในระบบแอดมิชชั่นนั้น เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ สกอ.คงไม่สามารถไปห้ามเด็กกลุ่มนี้ได้ แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่กำหนดในแต่ละปี อีกทั้งเด็กในกลุ่มนี้มีจำนวนน้อยหากจะมาเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อตนเองมากเกินไปก็ไม่เหมาะสม
"ในแต่ละปีจะมีเด็กซิ่ลสร้างปัญหาให้กับมหาวิทยาลัยจำนวนมาก บางคณะมีเด็กซิ่ลครึ่งห้องที่มาสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ เช่น คณะวิทยาศาสตร์ มาสอบเข้าแพทย์ วิศวะ เภสัช ทำให้แต่ละปีนักศึกษาชั้นปีที่ 2 บางคณะมีเด็กหายไปครึ่งหนึ่ง ทำให้รัฐสูญเสียทรัพยากรแต่ละปีจำนวนมาก และที่สำคัญทำให้เด็กคนอื่นเสียสิทธิเพราะเด็กกลุ่มนี้ไปกันที่นั่งคนอื่น ซึ่งต่อไปเมื่อมีการนำระบบกองทุนกู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต(กรอ.) มาใช้ จะทำให้ทราบจำนวนเงินงบประมาณที่รัฐต้องสูญเสียไปในแต่ละปี และเรื่องนี้น่าจะมีการศึกษาวิจัยผลกระทบเรื่องนี้อย่างจริงจัง" นายภาวิช กล่าว
ด้านนายประทีบ จันทร์คง รักษาการผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) กล่าวว่าภายในวันที่ 23 เมษายนจะตรวจข้อสอบอัตนัยในวิชาภาษาไทย ของโอเน็ต-เอน็ตและภาษาอังกฤษเอน็ตที่สทศ.รับผิดชอบตรวจข้อสอบใหม่ได้เสร็จ ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบยังไม่พบปัญหาอะไรและมั่นใจว่าผลคะแนนจะสร้างความเชื่อมั่นแก่เด็กได้
นางอารีรัตน์ วัฒนสิน รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่าในวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมาสพฐ.ได้ทำรายงานเสนอข้อมูลไปยังนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)พิจารณาและให้ทราบข้อเท็จจริงเช่น กรณีที่พบรายชื่อเด็กซิ่ลที่โรงเรียนแจ้งมายังสพฐ.เพียง 69 คน กรณีที่พบว่าโรงเรียนบางแห่งไม่ได้เก็บคะแนนดิบนักเรียนกลุ่มนี้เอาไว้และบางแห่งอาจจะมีการเก็บคะแนนไว้แล้ว หากนายจาตุรนต์เห็นชอบให้สพฐ.ดำเนินการอย่างไรก็จะมีการแจ้งข้อมูลไปยังโรงเรียนดำเนินการ โดยทางสพฐ.ได้เตรียมแบบฟอร์มที่จะให้โรงเรียนออกใบแสดงผลการเรียนให้กับเด็กกลุ่มนี้แล้ว
อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นสพฐ.ก็ได้แจ้งไปยังโรงเรียนเพื่อให้เด็กเหล่านี้ประสานกับทางโรงเรียนแล้วและเท่าที่ทราบไม่สามารถประสานโรงเรียนได้เพราะโรงเรียนไม่มีเจ้าหน้าที่จะตรวจคะแนนให้ได้ เนื่องจากคะแนนดิบอยู่ที่อาจารย์แต่ละวิชา ซึ่งก็ต้องให้ผู้อำนวยการโรงเรียนช่วยประสานติดตามครูในแต่ละรายวิชา นอกจากนี้ตนไม่แน่ใจว่าจะหาคะแนนดิบได้ทั้งหมดหรือไม่เพราะปกติครูจะเก็บคะแนนดิบไว้แค่ปีต่อปี แต่การปรับเกรดครั้งนี้ต้องย้อยไปดูคะแนนดิบของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 46
น.ส.จุฑา สุวรรณมงคล นักเรียนที่จบการศึกษาก่อนปีการศึกษา 2548 หรือ "เด็กซิ่ล" หนึ่งในกลุ่มนักเรียนที่ร่วมเรียกร้องกรณีแอดมิชชั่น กล่าวถึงกรณีที่ผู้บริหารสพฐ.ระบุว่าบางโรงเรียนที่ไม่ได้เก็บคะแนนดิบไว้ ทำให้ไม่สามารถปรับเกรดของเด็กซิ่ลจาก 4 เกรด เป็น 8 เกรด ได้ ว่า ยอมรับว่าบางโรงเรียนไม่ได้เก็บคะแนนดิบไว้ อีกทั้งด้วยข้อจำกัดในเรื่องเวลาขณะนี้ก็คงไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ทั้งนี้ที่ สพฐ.ระบุว่า เด็กซิ่ลมีจำนวนน้อยเพียง 69 คนนั้น ตนไม่เชื่อเพราะเพียงศูนย์สอบเดียวก็มีเด็กซิ่ลเกือบ 100 คนแล้วก็อยากให้ สพฐ.ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวใหม่อีกครั้ง
พ.ญ.กมลพรรณ ชีวะพันธุ์ศรี ประธานเครือข่ายพ่อแม่ผู้ปกครองเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากนักเรียนกลุ่มเด็กซิ่ลว่า ในเวลา 09.00 น. พรุ่งนี้(20 เม.ย.) จะเดินทางไปยัง สพฐ. เพื่อชี้แจงกรณีที่นางอารีรัตน์ระบุว่า เด็กซิ่ลมีเพียง 69 คนนั้น เพราะเด็กกลุ่มที่ได้รับปัญหานี้มีจำนวนมากกว่าที่นางอารีรัตน์ ระบุ ซึ่งขณะนี้สามารถรวมตัวเด็กซิ่ลได้เกือบ 100 คนแล้ว ดังนั้นสิ่งที่นางอารีรัตน์พูดจึงไม่ยุติธรรมกับเด็กกลุ่มนี้ ส่วนกรณีทีชี้แจงว่าโรงเรียนไม่ได้เก็บคะแนนดิบของนักเรียนไว้จนไม่สามารถปรับเกรดใหม่ได้นั้น ตนไม่แน่ใจจะเป็นอย่างที่นางอารีรัตน์ให้สัมภาษณ์หรือไม่
นายสุมนต์ สกลไชย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) กล่าวว่ากรณีที่มีข่าวว่ามข.รับจ้างทำโปรแกรมตรวจข้อสอบโอเน็ตและเอเน็ตของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.)และเกิดปัญหาขึ้นนั้น ในวันที่ 20 เมษายนจะมีการประชุมคณบดีมข.เพื่อหารือเรื่องดังกล่าวเพราะทำให้เกิดความเสียหายกับมข.ทั้งที่ยังไม่มั่นใจว่าโปรแกรมดังกล่าวทำในนามมข.หรือเอกชน ซึ่งจะต้องเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงและอาจต้องตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง |
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย songwut110 เมื่อ Tue Jul 17, 2007 10:51 am, แก้ไขทั้งหมด 6 ครั้ง |
|
|
|
 |
บุคคลทั่วไป
|
ตอบ:
Thu Apr 20, 2006 3:32 pm |
|
สนับสนุนดร.ภาวิชอยู่แล้ว จะมาเปลี่ยนเกรดได้ไงเวลาผ่านไปแล้ว กฎหมายก็ไม่มีรับด้วยอย่าไปเปลี่ยน ให้มันซิ่วกันไปแล้วมันก็ซิ่วไม่สิ้นสุด แต่ต้องยอมรับว่าพวกนี้สมองไม่เต็มบาตร ถ้าเต็มบาตรเขาไม่วอรี่กับเกรดหรอกครับ |
|
|
|
|
 |
phongsawatp
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jun 29, 2003
ตอบ: 335
|
ตอบ:
Thu Apr 20, 2006 5:56 pm |
|
การจะให้กลับไปแก้ใขอดีตมันคงเป็นไปได้ยากครับ
แต่จะโทษเด็กซิ่ลทั้ง100เปอร์เซ็น ก็โหดร้ายไปนะครับ
ต้องมองว่าระบบการศึกษาสอนให้เด็กอายุ17-18ปี คิดได้ คิดเป็นหรือเปล่า
ในการที่จะมองออกว่า ในอนาคตเค้าอยากทำมาหากินด้วยอาชีพอะไร
ถ้าระบบมันดี ก็คงสามารถที่จะให้แนวทางที่ถูกต้องแก่เด็กได้
ทำให้เลือกคณะที่จะศึกษาต่อได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
คงมีบ้าง แต่ก็ไม่น่าจะเยอะ
เช่นการที่เอ็นทรานส์เข้าคณะทางวิทยาศาสตร์เพื่อเป็นบันไดต่อไปยังคณะแพทยศาสตร์
มันมองได้อีกว่า การเรียนการสอนวิชาการในโรงเรียนทางสายวิทยาศาสตร์ไม่แน่นพอหรือเปล่า
ไม่เข้มข้นพอที่จะเป็นแรงส่งให้เค้าไปถึงคณะแพทย์ในการเอ็นรอบเดียว
แต่ผมว่า99% มันน่าจะเป็นการพลาดจากคณะที่คะแนนสูงๆมากกว่า
แล้วก็เลยเรียนไปก่อน ก่อนจะเอ็นฯอีกครั้ง
แล้วก็คงไม่มีใครสนุกกับการที่จะซิ่ลแล้วซิ่ลอีกไปอย่างไม่สิ้นสุด
ผมว่ามันจะบ้าเอาได้นะครับ
ทั้งนี้และทั้งนั้น ผมไม่ใช่อดีตเด็กซิ่ลครับ |
_________________ What is truth to me is not to thee.
But truth or untruth,let it be.
ศาสตราจารย์ หม่องทินอ่อง(1908-1978) |
|
|
|
 |
บุคคลทั่วไป
|
ตอบ:
Thu Apr 20, 2006 8:20 pm |
|
จะซิ่ล ซิ่วก็ไม่มีเขาว่าอะไรเลย แต่ไอ้ให้คิดเกรดเหมือนรุ่นน้อง ทั้งที่เรียนมาด้วยระบบประเมิณต่างกันนะ ถ้าเขาคิดเป็นจะมาแคร์อย่างไรกับเกรดเล่า แล้วเข้าไม่ได้ไปโทษโรงเรียนสอนนะยิ่งแล้วใหญ่เลย เห็นเด็กซิ่ลบางคนนะเรียนจันทร์ถึงอาทิตย์ เวลาเรียนสงสัยเอากวดวิชามาอ่านมันก็ยังซิ่ลเลย แล้วเด็กที่เรียนไป เล่นบอลไป ทำกิจกรรมไป พอจะดูหนังสือ อ้าว เอนท์ติดซะละก็มีเยอาะแยะไม่เห็นต้องเรียนเลย เพราะอ่านเองวิเคราะห์เองก็รู้หมดแล้ว ส่วนใหญ่เด็กสวนที่เอนท์ติดไม่ค่อยได้เรียนหรอก พวกที่เรียนเอนท์ไม่ค่อยติดเพราะเขามัวแต่เรียนไม่คิดว่าจะสอบอะไร เมื่อไร ถ้าอยู่ที่โรงเรียนก็ทำสถิติจะพบว่ากวดวิชาเรียนกี่คนได้กี่คน โรงเรียนใดเรียนกี่คนได้กี่คน ถ้าโรงเรียนไม่มีเด็กเรียนดีมากๆก็ตกอันดับในเรื่องเรียนไปดิ |
|
|
|
|
 |
phongsawatp
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jun 29, 2003
ตอบ: 335
|
ตอบ:
Fri Apr 21, 2006 2:13 pm |
|
ถึงจะดูแล้วผิดอย่างไร แต่ทั้งหลายทั้งปวงโทษเด็กไม่ได้ครับ
เพราะคนที่เปลี่ยนระบบนั้นระบบนี้ ให้ยุ่งเหยิงวุ่นวาย ไม่ใช่เด็ก
แต่เป็นผู้บริหาร เป็นครูบาอาจารย์ ซึ่งก็เคยเป็นเด็กมาก่อนเช่นกัน
แต่ไม่เข้าใจหัวใจเด็กเอาเสียเลย
เด็กจะรู้ไหมครับ ว่าปีนี้ใช้ระบบนี้ ปีหน้าฉันตั้งใจว่าจะซิ่ล ฉันต้องเตรียมพร้อมรับระบบใหม่
แล้วถึงเด็กโวยวายอย่างไร เสียงก็ไม่มีวันดังหรอกครับ
จริงอยู่การจะเปลี่ยนแปลงอะไร เราคงมุ่งหวังว่าจะได้สิ่งที่ดีกว่ามาแทน
คงไม่มีใครใจคด คิดเปลี่ยนแล้วเพื่อให้ได้สิ่งที่เลวลงไป
แต่ก็ต้องมองให้รอบด้าน ลดผลกระทบให้น้อยที่สุด
ถ้าเด็กที่ได้รับผลกระทบเหล่านั้น เป็นลูกเรา น้องเรา
เราก็คงเดือดร้อนไม่น้อยเหมือนกันครับ
เด็กเอ็นไม่ติด มันคงต้องมองทั้งระบบด้วย
การจะไปโทษเด็ก คงไม่ใช่วิสัยผู้ใหญ่ที่ดีสักเท่าไหร่มั้งครับ
เด็กจะเรียนพิเศษหรือไม่เรียนพิเศษ แต่เค้าก็ยังรักเรียน
เด็กที่รักดี รักเรียนนับวันจะหายากขึ้น
อยู่ที่ผู้ใหญ่และระบบครับ ว่าจะส่งเสริมและชี้แนะให้เค้าได้ไหม |
_________________ What is truth to me is not to thee.
But truth or untruth,let it be.
ศาสตราจารย์ หม่องทินอ่อง(1908-1978) |
|
|
|
 |
ไม่ใช่fossil
บุคคลทั่วไป
|
ตอบ:
Fri Apr 21, 2006 3:36 pm |
|
วันที่ 20 เม.ย 2549
"จาตุรนต์ OSK87" แย้ม ยอมปรับเกรดเอื้อประโยชน์ "เด็กซิ่ล" นัดถกด่วน สกอ.-สพฐ.-สทศ. พรุ่งนี้
นายจาตุรนต์ ฉายแสง OSK87 รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มนักเรียนที่จบก่อนปีการศึกษา 2548 หรือ "เด็กซิ่ล" เรียกร้องให้ปรับเกรดจาก 5 ระดับ เป็น 8 ระดับ ว่า ในวันที่ 21 เม.ย. นี้ ตนจะได้นัดหารือเพื่อรับฟังปัญหาและข้อมูลเพิ่มเติมจากตัวแทนกลุ่มนักเรียนดังกล่าว จากนั้นจะได้นำปัญหาที่เกิดขึ้นไปหารือในที่ประชุมร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) พร้อมทั้งจะได้ติดตามปัญหาอุปสรรคอื่น เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขเป็นไปตามกำหนดที่จะมีการประกาศผลการสอบโอเน็ต และเอเน็ตในวันที่ 30 เม.ย.นี้
อย่างไรก็ตามสำหรับแนวทางในการแก้ปัญหานั้น ขณะนี้ สพฐ.ได้เสนอมาแล้วว่า จะให้มีการปรับเกรดให้กับนักเรียนกลุ่มดังกล่าวอย่างไร ซึ่งรอเพียงตนพิจารณาอนุมัติเท่านั้น ดังนั้นในวันที่ 21 เม.ย. เมื่อตนได้รับฟังข้อมูลเพิ่มเติมก็น่าจะได้ข้อยุติจากนั้นจะได้ดำเนินการต่อไปได้
"แนวโน้มก็คงต้องให้มีการปรับเกรดเด็กกลุ่มนี้ใหม่เป็น 8 ระดับ โดยให้โรงเรียนคำนวณจากคะแนนดิบที่เก็บไว้ แต่ก็ต้องมีนักเรียนส่วนหนึ่งที่โรงเรียนไม่ได้เก็บคะแนนดิบไว้ซึ่งไม่สามารถที่จะปรับเกรดได้ จุดนี้ผมก็จนปัญญาไม่มีวิธีช่วยเหลือ แต่เชื่อว่านักเรียนในกลุ่มนี้คงมีจำนวนน้อยมาก เพราะจากข้อมูลที่ สพฐ.ได้รายงานมาล่าสุดวันที่ 17 เม.ย. มีเด็กซิ่ลเพียง 69 คน ซึ่งจากจำนวนดังกล่าวก็คาดว่าจะมีผู้ที่ไม่มีคะแนนดิบน้อยตามไปด้วย" นายจาตุรนต์ กล่าว |
|
|
|
|
 |
บุคคลทั่วไป
|
ตอบ:
Fri Apr 21, 2006 8:09 pm |
|
ก็ระบบเขาให้เอนท์ไม่ติดอะจะติดได้ไงละ ไม่อย่างนั้นนักการเมืองเขาเข้าชื่อในสภาเปิดรามคำแหงเมื่อปี2514ทำไมกันละ ส่วนปี2513ก็ให้เปิดภาคสมทบเพิ่มอะ ครูที่เขาเอนท์ติดเขาก็แนะนำแล้วอะต้องทำยังไง รุ่นพี่ที่เป็นแพทยื วิศวะก็มาแนะนำแล้วอะ แต่มันเอนท์ไม่ติดจะมาเอาอะไรอีกละเคยได้ยินบางคนพูด ทำไมไม่ไปโทษ มดลูกบ้างอะก็คนเอนท์ติดเขาก็ผ่านมากันทั้งนั้น งั้นก็ให้เด็กปี2547ไปรับใบเกรดใหม่ด้วยจึงถูกต้อง ถ้าจะช่วยก็ช่วยไปเลย เกรด2เป็2.5 3เป็น3.5 เฉพาะปี2547 ไม่ต้องไปแก้เกรดให้เสียเวลาไม่กี่คน คะแนนดิบต่างกันไม่เกิน5 คิดให้เฉพาะเด็กซิ่ล จะได้หมดปัญหาไป น้องๆ2548ก็ยอมกันนะ มันจิบจ้อยมากๆเลย |
|
|
|
|
 |
Tao113
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Dec 21, 2004
ตอบ: 127
|
ตอบ:
Fri Apr 21, 2006 8:59 pm |
|
ระบบที่ดีควรเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นนะครับ
เห็นบอกเด็กซิ่ลมีแค่ 69 คน ก็ยิ่งน่าที่จะจัดการให้ได้โดยง่ายและรวดเร็วนะครับ
ท่านภาวิชเป็นผู้ใหญ่ มีอำนาจจัดการอะไรได้หลายอย่าง
น่าจะแสดงความเมตตาต่อเด็กๆ มีความโอบอ้อมอารีกว่านี้ให้มากๆ นะครับ
ข้อเรียกร้องของเด็กๆ ก็ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงอะไร ก็น่าจะช่วยเหลือเขา
ทั้งที่จริงๆ เป็นความบกพร่องของ สกอ. แท้ๆ ที่ไม่คิดระบบให้รอบคอบ
น่าจะดูรุ่นน้อง อย่างท่านจาตุรนต์เป็นตัวอย่าง |
|
|
|
|
 |
บุคคลทั่วไป
|
ตอบ:
Fri Apr 21, 2006 9:08 pm |
|
พี่ภาวิชมีผลจิบจ๋อยไอ้ จี พีเอ. ให้มันไปมันก็ไม่ติดหรอกเด็กปี48สดๆกว่าเยอาะ พวกนี้คิดไม่ค่อยจะเป็น ถ้าคิดเป็นก็ไม่ต้องมาซิ่ล (แต่อย่าแก้รบ.นะ ถือเป็นรบ.ปลอมเลย ให้เทียบเท่าได้เฉพาะกิจครั้งนี้ไปดีกว่ามาเสียเวลา) |
|
|
|
|
 |
phongsawatp
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jun 29, 2003
ตอบ: 335
|
ตอบ:
Sat Apr 22, 2006 10:49 am |
|
ผมว่านะ มันไม่ใช่เรื่องสดไม่สด หรือใครฉลาดกว่าใครครับ
แต่มันเป็นเรื่องของสิทธิพื้นฐานครับ
เป็นเรื่องที่ทุกคนที่เข้าสู่กระบวนการการคัดเลือกนี้จะต้องได้
ที่เหลือค่อยไปวัดกันที่มันสมองและความพร้อมครับ
ขอย้ำอีกครั้งว่าเด็กไม่ผิดเลยครับที่ออกมาโวย
เค้ามีสิทธิที่จะปกป้องตัวเค้าเอง
ถ้าเป็นรุ่นผมโดนแบบนี้ คงยอมรับชะตากรรมกันแบบโทษเวรกรรมของตัวเอง
คนที่จะเปลี่ยนแปลงระบบต้องคิดเผื่อมาด้วย
เด็กซิ่ลไม่ใช่ของใหม่ และไม่ใช่ของแปลก
อาจเป็นปัญหาบ้าง แต่ถ้าเค้าหาทางที่เหมาะกับตัวเค้าเจอ
ก็จะดีกว่าที่ทนเรียนในสิ่งที่ตัวเองรู้แล้วว่าไม่ใช่ตัวเค้าแน่ๆไปอีก4-6ปี
และต้องประกอบอาชีพที่ไม่ได้รักนั้นไปตลอดชีวิต |
_________________ What is truth to me is not to thee.
But truth or untruth,let it be.
ศาสตราจารย์ หม่องทินอ่อง(1908-1978) |
|
|
|
 |
บุคคลทั่วไป
|
ตอบ:
Sat Apr 22, 2006 11:00 am |
|
ถูกแล้วเด็กไม่ติด ถ้าติดก็ติดไปปีที่แล้ว แต่ผู้ใหญ่มันติด เขาก็หาทางให้เด็กๆกันอยู่ทั้งนั้น ป่านนี้ยังไม่ได้ไชยโยกันเลย ถ้าสอบเสร็จ ตรวจสอบครบถูกต้อง นำคำตอบแสกนให้คะแนน ณ ที่สอบ ด้วยคอมพ์ เปเปอร์อัตนัยก็แยกคำตอบไปตรวจ เข้าสู่บันทึกคะแนน รวมกับอัตนัย เชื้อโรคที่ไหนมันจะไปทำให้เกิดปัญหาได้ถึงขนาดนี้ เชื้อโรคมันไปกินคาร์บอนจนร่องรอยหายไปหรือ นี่มันเกิดจากคนแล้วคอมอะป่าว |
|
|
|
|
 |
ent
บุคคลทั่วไป
|
ตอบ:
Sat Apr 22, 2006 12:55 pm |
|
ทำไมสทศ.ไม่ทำสอบเข้าม.1 และม.4ละนั่นนะน่าทำ ไม่ต้องมาพื้นที่โน้น พื้นที่นี้ให้วุ่นวาย ไม่ต้องมาคสมพศ. ไม่ต้องมา อปรค. นี่เด็กต่อม.อย่างไม่มีแนวทางว่าตนจะเดินทางไหน อย่างไร ดรงเรียนไหน สายสามัญ อาชีวะ นี่จะให้โรงเรียนสามัญ สอนอาชีวะ เด๊ยวก็เป็นมหาวิทยาลัยกันหมด เช่น พาณิช ตัดเสื้อผ้า เพาะช่าง เสาวภา เป็นมหาลัยหมดแล้ว ส่วนเอนท์ สกอ.ก็ทำไปเลยไม่ต้องมาผ่านสทศ.ให้เสียเวลาทำไมอีก |
|
|
|
|
 |
watlampong
บุคคลทั่วไป
|
ตอบ:
Sat Apr 22, 2006 4:48 pm |
|
เข้าแข่งขันปีนี้ จะเอาเกรดแบบปีนี้ แต่จบปีที่แล้วเกรดปีที่แล้ว แค่นี้ยังจะเอาอีกอีกหน่อยก็หาเรื่องเรื่อยไป แล้วเด็กปีที่แล้วได้4จะเปลี่ยนยังไง มันต้องวิ่งกลับไปหาต้นเรื่องคะแนนดิบแล้วเปลี่ยนเกรดใบรบ.เฉพาะเด็กกลุ่มนี้หรือเมื่อเขาจบปีที่แล้ว ดังนันัเดิมได้2.5ผ่าไปหนึ่งปีเกรดเป็น3 เป็นต้นไม้เลยเกรดงอกได้ น่าจะปรับเปอร์เซนไตล์ของเด็กซิ่ล เป็นคะแนน"ม่ต้องมาคิดจีพีเอ เป็นคะแนนเหมือนเด็กจบ2548 จะยุติธรรมกว่า เพราะเด็กจบ2547มีทั้งเ พี อาร์ และ จี พี เอ |
|
|
|
|
 |
QuikEvil
บุคคลทั่วไป
|
ตอบ:
Sat Apr 22, 2006 11:58 pm |
|
โอ้ เด็กหนอเด็ก ก่อนจะไปเรียกร้องอะไร หันกลับมาถามตัวเองหรือยังว่า ตอนที่เรียนน่ะ ตั้งใจเรียนแค่ไหน มีสติมั๊ย
การเรียนหนักกันหามรุ่งหามค่ำ ก็ไม่ได้แสดงว่าเรียนกันอย่างเพียงพอ การเรียนอย่างเพียงพอคือการเรียนอยู่กับตัวเอง รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร เรียนวิชานี้เพื่ออะไร (เปิดดูวัตถุประสงค์ในบทเรียนได้ถ้าไม่รู้) เข้าใจและพากเพียรหาความรู้เพิ่มเติมมากน้อยแค่ไหน อย่าคิดว่าได้คะแนนน้อย เพราะเกิดมาไม่ฉลาด การเรียนรู้เป็นทักษะที่สามารถฝึกฝนได้ เหมือนกับการพูดนั่นแหละ ไม่ต้องอาศัยพรสวรรค์อะไร ทุกคนเริ่มเรียนพร้อมกัน มีเวลาเท่ากันในห้องเรียน ถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นคนความจำไม่ดี ก็ต้องฝึกฝน ท่องจำ มากกว่าคนที่จำอะไรได้ง่าย (อันนี้เป็นศักยภาพของสมอง โดยกำเนิด หวังว่าไม่สับสนกะพรสวรรค์นะ) ทุกคนย่อมมีข้อดีและข้อด้อยเหมือนกันหมด
สำหรับการสอบไม่ว่าจะสอบเอนทรานซ์ แอดมิชชั่น หรือโอเนต เอเนต ข้อสอบที่ออกมาก็ตั้งอยู่บนความรู้ในหนังสือเรียนเป็นหลัก ไม่ต้องไม่กระเสือกกระสนอ่านหนังสืออื่น เพราะรู้หรือไม่ว่าการออกข้อสอบนั้น อาจารย์เค้าก็เอาหนังสือเรียนนั่นแหละมาเปิดดู + ข้อมูลภายนอกที่เกี่ยวข้อง ย้ำว่าที่เกี่ยวข้อง! เพราะความรู้ทางวิทยาศาสตร์ (social and life sciences) นั้น ถึงแม้จะเป็นความจริงที่พิสูจน์แล้ว แต่หากเปลี่ยนแปลงได้ถ้ามีหลักฐานอันใหม่มาลบล้าง ดังนั้นควรจะรู้แล้วนะว่าตรงไหนที่ต้องท่องจำให้ได้ และส่วนไหนต้องวิเคราะห์วิจารณ์ให้ได้
สำหรับเด็กซิ่ว อันนี้ก็น่าเห็นใจ(หรือจะสมน้ำหน้ามันดีก็ไม่รู้) การเลือกอันดับคณะก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง เลือกอย่างไม่คิด หวังว่าไม่ติดคณะแรก ก็เข้าไปเรียนคณะง่ายๆไปก่อน (ในความคิดของพวกเค้า เพราะจริงๆแล้ว ไม่มีคณะไหนง่ายหรอกนะไอ้น้อง) ปีหน้าค่อยสอบเข้าใหม่ ก็ไม่ได้คิดเรยว่าไอ้ปีที่มันเข้ามาหน่ะ รัฐบาลจ่ายค่าเล่าเรียนให้มันครึ่งนึงไปแล้ว นี่ถ้ามันตั้งใจเรียนแต่แรก ก็ได้คณะที่อยากเรียนไปแล้ว มาถึงตอนนี้ จะมาเรียกร้องอะไรอีก เมื่อตอนมีโอกาสน่ะไม่ทำ จะมาฮึดต่อสู้ ฮึดทำเอาตอนมันสายไปแล้วเนี้ยล่ะ กูล่ะเบื่อ
สมมุติว่านาย ก ได้คะแนนอันดับที่ 2001 แต่เด็กซิ่วได้ อันดับที่ 1000 งี้ คณะเค้ารับแค่ 2000 คน นาย ก ก็ต้องไปได้คณะที่ตัวเองไม่ได้ต้องการแทน ถ้าน้องเป็นนาย ก แล้วรู้ว่าไอ้เด้กซิ่วมันคิดอย่างนี้ จะเจ็บใจมั๊ย นาย ก ก็ต้องดิ้นรนอีกปีนึงถ้าหากต้องการคณะที่เลือกไว้ตอนแรก เป็นวงจรอุบาทว์อย่างงี้ไม่จบไม่สิ้น
สุดท้าย ฝากไว้ให้น้องๆ "ถ้าอยากจะเป็นคนที่มีความรู้ อยากเป็นคนฉลาด ต้องทำตัวเองให้เป็นเหมือนกับถ้วยที่ไม่มีวันเต็ม รองรับน้ำที่หยดลงมา การเข้าใจว่าตนนั้นรู้แล้วในสิ่งนั้นสิ่งนี้ เป็นการกระทำของคนโง่เท่านั้น ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่คำสอนนี้จะเป็นประโยชน์เสมอ ลดทิฐิ มานะลง แล้วสิ่งที่เป็นความรู้ต่างๆจะไหลเข้ามาสู่ตัวน้องเอง แต่อย่าลดความมั่นใจของตัวเองลงแล้วกัน" ไปแล้วนะน้อง ง่วงนอน.. |
|
|
|
|
 |
บุคคลทั่วไป
|
ตอบ:
Sun Apr 23, 2006 12:04 pm |
|
|
|
|
 |
|
|